[SF] So Far...
ft. Kibum x Donghae
เหงา...ความรู้สึกโดดเดียวยามที่ไม่มีคนน่ารักคนนั้นอยู่ข้างกายมันรู้สึกเปล่าเปลี่ยวแบบนี้นั่นเอง ร่างสูงของคิบอมนั่งหงอยอยู่ข้างหน้าต่างห้องนอน ห้องนอนที่เคยเสียงดังเมื่อมีใครอีกคนมาแอบแชร์ใช้ด้วยกัน เตียงนอนที่เคยดูแคบยามที่มีคนตัวเล็กอีกคนมานอนเบียดอยู่ข้างๆ ตอนนี้ทั้งห้องนอนและเตียงนอนมันช่างดูกว้างใหญ่และเงียบสงัดจนน่าหดหู่ใจ ชีวิตที่ต้องอยู่คนเดียวแบบนี้...จะต้องอดทนรอคนๆนั้นให้กลับมาอีกนานแค่ไหนกัน เหงา...จริงๆ ถึงจะเคยห่างกันบ้างในบางเวลาก็จริง แต่ก็ไม่เคยห่างกันไกลเกินหลายวันแบบนี้ แต่เพราะโปรเจ็คใหม่ของ SJที่ต้องการไปตีตลาดที่จีน เลยทำให้ต้องมียูนิตย่อยที่ทำให้อีกคนต้องถูกส่งไปทำงานอยู่ไกลถึงจีน
คิบอมถอนหายใจเฮือกอีกครั้งก่อนจะหันไปมองนาฬิกาที่ผนังห้อง ... สี่ทุ่มแล้ว คนๆนั้นตอนนี้จะทำอะไรอยู่ จะนอนหลับแล้วหรือยัง หรือจะยังเล่นเกมส์ที่เจ้าตัวติดนักหนา หรือว่าคนๆนั้นตอนนี้จะกำลังเล่น หยอกล้อกับใคร ยิ่งคิดหัวใจของคนรอก็ยิ่งจิตตก ร่างสูงถอนหายใจอีกเฮือกก่อนจะถลาลงนอนกับเตียงนอนนุ่ม กลิ่นกายของใครบางคนยังคงหอมละมุ่นอยู่บนเตียง มือหนาวาดไปกอดที่วางเปล่าข้างตัวก่อนจะดึงผ้าห่มมากอดแน่น คิบอมสูดกลิ่มหอมอ่อนๆของอีกคนอย่างคิดถึง แต่...ไม่รู้ว่าอีกคน จะคิดถึงกันแบบที่เค้าตอนนี้กำลังคิดถึงคนดีแทบขาดใจ
โทรศัพท์มือถือที่นิ่งสนิทมาสองวัน ก็ยังคงนิ่งสนิทอยู่แบบนั้น ถึงอยากโทรเท่าไร แต่คิบอมก็ไม่กล้าโทรไปกวน เพราะรู้ว่าคนๆนั้นต้องทำงาน ถึงอยากจะได้ยินเสียงแทบขาดใจแต่เรื่องงานยังไงก็สำคัญกว่า ว่าแล้วก็ถอดถอนหายใจอีกสักที กลับมาสักทีสิคนดี ตอนนี้หัวใจของคนๆนี้กำลังจะขาดรอนๆ
ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งหายใจไม่ออก ร่างสูงลุกขึ้นก่อนจะเดินช้าๆไปห้องครัว อย่างน้อยหานมอุ่นๆกินก่อนนอนมันก็อาจจะทำให้หัวสมองปลอดโปร่งขึ้นก็ได้ คิบอมเดินเอื่อยๆเข้าไปหานมอุ่นในครัว ก่อนจะย้ายออกมานั่งจุ๊มปุ๊กหน้าทีวี มือหนาเปิดทีวีไปเรื่อยๆ แต่ก็ต้องแอบเซ็งเมื่อรู้สึกว่ารายการโปรดของตัวเองวันนี้มันช่างไม่สนุกเอาเสียเลย เมื่อต้องมานั่งดูคนเดียวโดยที่ไม่มีใครมาคอยนั่งกวนเสียจนไม่เป็นอันดูแบบที่เคยเป็น เปิดไปได้สักพักคิบอมก็ปิดทีวี แล้วก็ถอนหายใจรอบที่เท่าไรของวันก็ไม่รู้
"ยังไม่นอนอีกหรอ" เสียงหวานที่คุ้นเคยมาก่อนที่ร่างบางจะอัญเชิญตัวเองลงนั่งข้างกายน้องรัก คิบอมหันไปมองหน้าหวานๆของพี่ชายตัวเองก่อนจะเอนหัวซบลงกับบ่าเล็ก ร่างสูงพิงร่างตัวเองพิงพี่ชายอย่างอ่อนแรง
"ผมนอนไม่หลับ" เสียงห้าวสารภาพหงอยๆ ฮีชอลแอบยิ้มกับท่าทางอ้อนๆของน้องรักที่นานๆจะมีให้เห็นที มือเรียวลูบผมสีดำที่ยาวระต้นคออย่างอ่อนโยน ใครว่าฮีชอลโอ๋น้องก็ว่าไปเหอะ ก็ตอนนี้ไอ้น้องคนดีมันทำท่าทำทางเหมือนโดนเจ้าของทอดทิ้งเหลือเกิน หูตกหางลู่แบบนี้ มันน่าฟัดนัก
"คิดถึงเจ้าปลาน้อยหรอ" ถ้าฮีชอลเกาคางคิบอมแล้วครางอื้อแบบเจ้าฮีบอมได้ล่ะก็คนสวยคงทำไปแล้ว มือเรียวสางผมนุ่มของน้องเล่น หัวทุยพยักหหน้ารับเบาๆก่อนจะทำหน้าทำตาหงอยหนักกว่าเดิม
"คิดถึงก็โทรไปหาสิ"
"ไม่เอา กวนจะโทรไปกวนทงแฮ กลัวว่าเค้าจะนอน จะทำงาน หรือจะเล่นกับใครอยู่ กลัว...ว่าเค้าจะไม่คิดถึงผม"
"อ้าว ไม่โทรไปหา แล้วจะหายคิดถึงไหมล่ะ ถ้านายคิดถึงก็โทรไปหาสิ พี่ว่าเจ้าปลาติ๊งต๊องนั่นก็คงรอโทรศัพท์นายอยู่เหมือนกัน โทรไปคุยสองสามคำมันไม่นานเกินไปหรอก"
"พี่ฮีชอลฮะ"
"มีอะไร"
"พี่ทนเหงาได้ยังไงฮะ" เสียงห้าวถามเสียงเบา ร่างบางนิ่งเงียบไปอึดใจ ก่อนจะระบายยิ้มบางๆ
"พี่ไม่เคยเหงานะ" เสียงหวานพูดกลั้วขำ เมื่อน้องชายเงยมาสบตาอย่างสนใจ
"พี่ไม่คิดถึงพี่ฮันหรอฮะ"
"คิดถึงสิ แต่คิดถึงก็ส่วนคิดถึงสิ เหงาก็ส่วนเหงา คนละส่วนกัน ถ้านายเอาแต่นั่งคิดถึงเค้าแล้วมาทำให้ตัวเองเหงาเองก็แย่กันพอดี" นิ้วเรียวจิ้มที่หว่างคิ้วของน้องชายแล้วค่อยๆหมุนคลายปมเบาๆ
"ถ้าพี่มัวแต่ทำแบบนาย เวลาพวกนายไม่อยู่ พี่ก็เหงาตายกันพอดีสิ หรือถ้าพี่คิดถึงจนทนไม่ไหว พี่ก็โทรหา ก็เท่านั้น อีกอย่างนะอย่างนายนะยังดี ยังไงเจ้าปลาก็ต้องกลับมาที่เกาหลีอยู่แล้ว แต่...อีกคน จะได้อยู่เกาหลีอีกนานเท่าไรใครจะรู้" ประโยคสุดท้ายเสียงหวานพูดเบาๆเหมือนพึมพำกับตัวเองมากกว่า
"พี่นี่เข้มแข็งดีจังนะฮะ" คิบอมกอดเอวบางหลวมก่อนจะซุกหน้าลงหาไออุ่นเหมือนเด็กน้อยกำลังอ้อนแม่
"พี่ไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่นายคิดหรอก แรกๆที่ตานั่นกลับจีนบ่อยๆ พี่ก็จิตตกบ่อยๆเหมือนกัน แต่...มันอยู่ตรงนี้" มือเรียวจับไปตรงหน้าอกด้านซ้ายของคิบอม
"ถ้านายคิดถึงด้วยสมองนายก็จะรู้สึกว่าเหงาเพราะสมองจะสั่งให้นายคิดถึง อยากเจอ อยากอยู่ใกล้กับคนๆนั้นตลอดเวลา แต่ถ้านายคิดถึงเค้าด้วยหัวใจ นายจะไม่รู้สึกว่าเหงาเลย เพราะหัวใจจะทำให้เรารู้สึกคิดถึงและตรงนี้ของเค้ากับนายไม่เคยห่างกันเลย จริงไหม?" เสียงหวานพูดเรื่อยๆ รอยยิ้มจางๆเริ่มประดับที่มุมปากของร่างสูง
"ยาวิเศษของพี่ ก็คือคำว่า รัก เพราะเราเชื่อว่าเรารักกัน ถึงไม่ต้องอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ถ้าเราเชื่อในกันและกัน เชื่อในความรักของเรา ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหน จะสุดขอบฟ้าหรือคนละครึ่งโลก แต่ความรักของเราทั้งสองก็จะเชื่อมหัวใจสองดวงของพวกเราไว้ด้วยกัน แล้วนายเชื่อมั่นในความรักของนายสองคนไหมเล่า" ฮีชอลเลิกคิ้วถามคนขี้อ้อนที่พยักหน้ารับรัวเร็ว
"ขอบคุณครับพี่ฮีชอล" ฮีชอลหยิกแก้มบวมๆของน้องรักหนึ่งที ก่อนจะดันตัวออกห่าง
"ไปโทรหาเจ้าปลาซะ พี่จะไปนอนแล้ว" ฮีชอลยิ้มให้น้องชายที่ดีดตัวขึ้นจากโซฟาอย่างกระดี่กระดาแล้ววิ่งเข้าห้องตัวเองไปอย่างรวดเร็ว
ร่างสูงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเรียกความกล้า ก่อนจะกดเบอร์ที่คุ้นเคยลงไปแล้วกดโทรออก รอไม่นานนักเสียงหวานที่คิดถึงก็รับอย่างร่าเริง
"เด็กบ้า ทำไมไม่ยอมโทรมาหาเลยฮะ" เอิ่ม...คิดว่าร่าเริงของหมวยมันก็แล้วกัน
"ให้ชั้นรออยู่ได้ ทำไมไม่โทรมาหาบ้างเลย ไม่คิดถึงกันรึไง" เสียงหวานที่กระโชกโฮกฮากผ่านมาตามสายโทรศัพท์กลับทำให้คนที่อยู่ปลายสายยิ้มได้เต็มที่อีกครั้งในรอบสองสามวันที่ผ่านมา
"คิบอม... นายฟังชั้นอยู่ไหมเนี่ย" ทงแฮถามเมื่ออีกผ่านนิ่งเงียบไม่ตอบรับ
"ฟังอยู่สิครับ"
"ฟังแล้วทำไมไม่ตอบ ชั้นถามว่าทำไมเพิ่งโทรมา ไม่คิดถึงกันเลยรึไง" ไม่ต้องเห็นหน้าคิบอมก็พอจะนึกหน้าหวานๆที่กำลังมุ่ยสนิทออก
"คิดถึงสิ คิดถึงจนแทบขาดใจเลยล่ะ" เสียงห้าวที่พูดเรื่อยๆก็ทำให้คนที่กำลังโมโหหน้าแดงแปร๊ด คำพูดที่กำลังเตรียมจะตระโกนใส่หูโทรศัพท์ถูกคำพูดตรงๆหยุดเสียสนิท
"คิดถึงจนแทบทนไม่ได้ แต่ที่ไม่โทรมา เพราะกลัวว่าจะกวนเวลาของทงแฮ กลัวทงแฮจะนอนไปแล้ว กลัวทงแฮจะทำงานอยู่ กลัวจะกวนเวลาทงแฮเล่นสนุกกับคนอื่น กลัวถ้าผมโทรไปหาปล่อยๆแล้วทงแฮจะรำคาญ กลัวว่า...”
"พอๆๆ พอแล้ว รู้แล้วน่า ถามคำเดียวต่อซะยาวเลยนะ" เสียงหวานพูดอุบอิบ ความคิดถึงที่อัดแน่นของอีกคนส่งผ่านสายโทรศัพท์มามากมายจนรู้สึกได้ ดวงหน้าหวานร้อนฉ่า จากที่คิดจะวีนให้หายโมโหที่รอโทรศัพท์จากคนใจดำที่เฝ้าประนามมาหลายวัน กลายเป็นต้องอมยิ้มกับคำสารภาพซื่อๆของคนตรงๆแทน
"พี่ฮีชอลบอกว่าถ้าหากคิดถึงให้คิดถึงด้วยหัวใจ อย่าใช้สมองคิดถึง เพราะสมองจะสั่งให้เรารู้สึก แต่หัวใจจะทำให้เรารู้สึกว่าจริงๆแล้วเราไม่เคยห่างกันเลย ถ้าเราเชื่อมั่นในคำว่ารัก ทงแฮครับ ผมรักทงแฮนะ รักมาก แล้วทงแฮล่ะ รักผมมั่งไหม?" ถ้าอยู่ต่อหน้ากัน ร่าสงบางคงหน้าแดงแปร๊ดทำอะไรไม่ถูกเสหน้าหลบสายตาคมเสียให้วุ่นวายกับคำถามง่ายๆที่ยังไงก็ไม่ชินเสียที แต่ตอนนี้อยู่ห่างกันคนละประเทศเจ้าหมวยคนดีเลยอมยิ้มกับตัวเองก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำตอบไป
"รักสิ รักมากด้วย มากเสียจนจะบ้าตายที่นายไม่โทรมาหาเสียที นึกว่าจะลืมกันแล้วซะอีกคนใจดำ ไม่โทรมาหาตั้งหลายวัน นายแอบไปกิ๊กกับใครลับหลังชั้นรึไง" ประโยคหลังเสียงหวานพูดเสียงเข้มจนคนถูกกล่าวหาหลุดขำ
"ทงแฮคิดว่าคนอย่างผมจะกล้าไปกิ๊กใครได้ ผมรักทงแฮจนกินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายวัน จะทำอะไรก็คิดถึงแต่คนดี แล้วจะเอาเวลาไหนไปกิ๊กคนอื่นครับ" โอ๊ย..ให้ตายเหอะ ไอ้เด็กพูดน้อยถึงน้อยมากคนนี้ ทำไมเวลาอ้าปากพูดแต่ละทีถึงขยันหาคำหวานมาป้อยอให้หัวใจกระตุกทุกทีเลยสิน่า - -*
"พอได้แล้ว เด็กบ้า นอนได้แล้วนะ พรุ่งนี้ชั้นต้องทำงาน นายก็ทำงานไม่ใช่หรอ นอนๆๆได้แล้ว"
"ครับ ฝันดีนะครับนางฟ้า ไม่มีผมกอดคืนนี้ก็กอดตัวเองไปก่อน กลับมาเกาหลีเมื่อไหร่ ผมจะกอดให้แน่นเลย"
"รู้แล้วน่า นายก็เหมือนกันคืนนี้ไม่มีใครให้กอดก็กอดหมอนข้างไปก่อน อย่าได้ดอดไปกอดใครเชียว ถ้าจับได้ตายสถานเดียวแน่คิมคิบอม อีกย่างพรุ่งนี้นายต้องโทรหาชั้นอีก คุยแค่นาทีสองนาทีชั้นว่างพอ เข้าใจไหม?" เสียงหวานสั่งเข้ม
"ครับพ้ม ผมจะโทรไปหาจนกว่าทงแฮจะรำคาญเลยล่ะ ฝันดีนะครับที่รัก คิดถึงมากๆเลย"
"อื้อ รู้แล้วนะ ชั้นบอกนายไปรึยัง ว่าชั้นก็คิดถึงนายเหมือนกัน แค่นี้นะ ฝันดีนะ...ที่รัก" คนขี้เขินพูดเร็วๆก่อนจะรีบตัดสายทิ้ง มือเล็กยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองแล้วกลิ้งไปกลิ้งมากับเตียงอย่างมีความสุข นานจะได้พูดอะไรแบบนี้ที พูดเองก็เขินเป็นนะครับ
คิบอมยกยิ้มให้กับโทรศัพท์เครื่องเล็กในมือของตัวเองอย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มระบายเต็มสองแก้ม ก่อนร่างสูงจะล้มลงนอนกับเตียงกว้างที่อุ่นและนุ่มขึ้นในความรู้สึก ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากหัวใจดวงน้อยมันก็ทำให้ความอ้างว้างในหัวใจหายไปเหลือแต่ความอบอุ่นที่ก่อเกิดจากหัวใจของคนสองคน มือหนาดึงหมอนข้างมากอดไว้แน่น ถึงจะไม่อุ่นเนื้อเท่าอีกคนที่เพิ่งวางสายไป แต่ก็อุ่นพอที่จะดึงให้ร่างสูงเข้าสู่นิทราไปอีกวัน...
ไม่ว่าจะอยู่ไกลกันแค่ไหน เพียงแค่หัวใจของเราสองคนไม่เคยห่างกัน มันก็พอแล้วไม่ใช่หรอ?
The End ~~
---------
ปล.เอาของเก่ามาแปะใหม่...โอ๊ย ร้อนง่ะ -*-