2008/Apr/28

[SFic] I love you for sentimental reason

ft. Kangin x Kyuhyun

 

 

 

-----------------------------

 

 

 

"พี่รักนายนะ คยูฮยอน"

"พี่รักผมจริงหรอ"

"อื้อ รักมานานแล้ว"

"แล้วพี่รักผมตรงไหน?"

"อืม ไม่รู้สิ พี่ไม่รู้หรอกว่าพี่รักนายตรงไหน แต่พี่รักที่นายเป็นนาย และรักทุกอย่างที่เป็นนาย"

"ก็ได้ ถ้าพี่รักผมจริงๆ ก็ต้องทนผมได้ทุกอย่างจริงไหม?"

"ได้สิ"

"งั้นพิสูจน์ได้ไหม ว่าพี่รักผมที่ผมเป็นผม ไม่ว่าผมจะทำตัวแย่แค่ไหน พี่ก็จะยังรักผมเหมือนเดิม"

"ได้ พี่จะทำให้นายรู้ว่าพี่รักนายมากแค่ไหน"
.
.
.

ร่างสูงขยับตัวบนเตียงอุ่นอย่างแผ่วเบา เพียงเพราะไม่อยากให้คนในอ้อมกอดต้องตกใจตื่น รอยยิ้มอบอุ่นฉายวาบบนหน้าคมที่จ้องมองหน้าขาวใสที่

กำลังหลับไหลอยู่ในห้วงนิทราอย่างแสนรัก มือหนาไล้โครงหน้าเรียวอย่างแผ่วเบา มือหนาหยาบกร้านสัมผัสผิวอ่อนอย่างทะนุทนอมราวกับคนตรง

หน้าเหมือนแก้วที่เปราะบาง หากเพียงผลั้งเผลอแตะต้องแรงเมื่อใด แก้วที่แสนใสก็จะแตกสลายคามือ

"พี่รักนายนะ คยูฮยอน" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วข้างหู หน้าหวานยู่หน้ารำคาญแล้วหันหนี คังอินหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ หัวใจเจ็บแปลบปวดเสียดไปทั้ง

อก คำบอกรักที่พร่ำบอกไปไม่ว่าจะยามหลับหรือยามตื่นก็ทำให้คนตรงหน้าดูเหมือนจะรำคาญได้เสมอ มือหนาที่ลูบกลุ่มผมนุ่นชะงักแล้วดึงมือสูดก

ลิ่มหอมอ่อนๆที่ติดมืออยู่ ใบหน้าคมยกยิ้มจางๆก่อนจะลุกขึ้นออกจากห้องไปอย่างแผ่วเบา

ท้องฟ้ายามเช้าวันนี้ไม่มีเมฆหมอกมาบดบังความงามของแสงแดดอ่อนร่ำไรๆที่ทอดลงสู่พื้นโลก ร่างสูงล้างหน้าล้างตาก่อนจะหายเข้าไปในครัว ทำ

อาหารเช้าอย่างง่ายๆสองจานมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะเดินฮัมเพลงเข้าห้องน้ำไป หากมองเพียงผิวเผินคังอินกับคยูฮยอนก็เป็นคู่รักที่น่ารักดี เพราะพี่หมี

ก็ดูแลเอาใจใส่น้องน้อยเป็นอย่างดี ทั้งดูแลเอาใจใส่ไม่ว่าคนตัวเล็กจะกิน เดิน หรือทำอะไร เอาใจใส่ดูแลจนบางทีที่ฮีชอลเพื่อนรุ่นพี่ที่ทำงานของคยู

ฮยอนอดไม่ไหวยังแซวเลยว่าอีกไม่นานโจคยูฮยอนจะกลายเป็นง่อยเพราะมีอะไรคังอินก็เป็นคนทำให้เสียหมด

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ร่างสูงก็เดินเข้าไปปลุกคนตัวเล็กที่นอนขดซุกตัวกับผ้าห่มผืนหนาจนใบหน้าหวานเกือบจะกลืนหายไปกับกองผ้า มือหนา

เขย่าร่างบางเบาๆ

"ตื่นได้แล้วที่รัก" ที่รัก...คำที่พูดได้แค่เพียงตอนที่คนน่ารักหลับอยู่

"ตื่นได้แล้วเจ้าเด็กดื้อ" เสียงทุ้มเย้าหยอกเบาๆ ก่อนจะลูบกลุ่มผมที่ดำที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมาอย่างรักใคร่ ร่างบางขยับตัวก่อนจะลืมตาตื่นอย่างเกียจ

คร้าน

"อื้อ ขอผมนอนต่ออีก5นาทีนะครับพี่คังอิน" เสียงหวานอ้อนเบาๆก่อนจะปิดตาคู่สวยลงเหมือนเดิม คังอินยิ้มน้อยๆแต่วันนี้คงใจอ่อนไม่ได้ เพราะ

วันนี้เค้ามีประชุมสำคัญตอนเช้า และคงไม่มีเวลามากพอจะมาปลุกคนตัวเล็ก

"ไม่ได้นะคยูฮยอน พี่ต้องรีบไปทำงานแล้วนะ วันนี้อย่างอแงสิครับ" เสียงทุ้มเอ่ยปลอบคนตัวเล็กที่ยู่หน้าไม่สบอารมณ์ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วกระแทกตัว

เดินออกจากห้องนอนไปโดยไม่หันมาสนใจคนปลุก ร่างสูงยิ้มอย่างเหนื่อยใจ เป็นแบบนี้ทุกครั้งไปที่คยูฮยอนโดนคังอินขัดใจ ไม่ว่าจะเรื่องใหญ่

เรื่องเล็กหรือเรื่องไหน ลองเจ้าตัวเล็กโดนขัดใจเมื่อไหร่ วันนั้นก็ต้องงอนง้อกันทั้งวัน

คังอินเดินออกนอกห้องไปเจอคยูฮยอนนั่งหน้าบูดอยู่หน้าทีวี ตาสวยปรือปรอยแบบคนง่วงจัด ก่อนจะอ้าปากหาวหวอดด้วยท่าทีรำคาญเสียงนกร้อง

นอกหน้าต่าง ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปใกล้ก่อนจะสวมกอดจากทางด้านหลัง ร่างบางขืนตัวเล็กน้อย

"ขอโทษ ... พี่รักนายนะ" คำง้องอนจากคนตัวโตมีเพียงแค่นี้เสมอ จะขึ้นด้วยคำว่าขอโทษ ไม่ว่าตัวเองจะผิดหรือไม่ผิด แต่คังอินรู้สึกว่าหากน้องโกรธ

เมื่อใดนั้นคือความผิดที่มากมายของตัวเอง เพราะคังอินชอบรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคยูฮยอน รอยยิ้มอ่อนหวานของคยูฮยอน รอยยิ้ม ขอเพียงเป็นรอยยิ้ม

ของคยูฮยอนไม่ว่ารอยยิ้มนั้นจะมีไว้เพื่อใครที่ไม่ใช่คังอิน ร่างสูงก็ยังอยากรักษารอยยิ้มของคนนี้ไว้อยู่ดี

"กินข้าวซะนะ วันนี้พี่ต้องรีบไปทำงานก่อน เย็นนี้พี่สัญญาว่าาจะพาไปกินข้าวข้างนอก แล้วจะไปรับที่ทำงานนะ" คยูฮยอนพยักหน้าแกนๆ คังอิน

ปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ ก่อนจะเดินไปที่ประตูหน้าบ้าน ร่างสูงมองคนตัวเล็กที่เดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาไม่สนใจคนที่กำลังจะออกจากบ้าน

ด้วยสายตาที่เจือไปด้วยความเจ็บปวด ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเดินออกจากบ้านไป

เมื่อไหร่กันนะคยูฮยอน เมื่อไหร่ที่นายจะรับรู้บ้างว่าพี่รักนายมากแค่ไหน...  แต่ไม่ว่าจะนานเท่าไร พี่ก็จะรอ รอจนกว่าวันที่นายจะเห็นใจพี่
.
.
.

"พี่คังอิน วันนี้ผมไปข้างนอกกับซีวอนนะฮะ"

"ไปไหนหรอ"

"ไปไหนก็เรื่องของผมเหอะน่า อย่าเซ้าซี้ได้ไหม"

"เอ่อ... แล้วจะให้พี่ไปรับไหม"

"ไม่ต้อง เดี๋ยวซีวอนเค้ามาส่ง"

"แล้วจะให้พี่รอไหม"

"ไม่ต้องน่า นอนไปได้เลย แค่นี้นะ"

ร่างสูงนั่งจ้องโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กในมือตัวเองอย่างเลื่อนลอย รอยยิ้มเย้ยหยันตัวเองประดับอยู่บนริมฝีปาก คังอินเค้นเสียงหัวเราะต่ำๆให้เล็ด

ลอดผ่านลำคอที่แห้งผาก ชเว ซีวอน คุณชายแห่งตระกูลชเวที่รวยที่สุดในเกาหลี ดีทั้งหน้าตาและฐานะ แล้วถ้าคยูฮยอนอยากจากไป แล้วเค้าจะเอาอะไร

มาสู้ ทั้งหน้าตาและฐานะก็ต่างกัน ถึงรถคังอินจะเป็นรถเก๋งแต่ก็เป็นเก๋งธรรมดาดาดเดื่อนทั่วไป จะไปสู้รถนำเข้าของคุณชายชเวได้อย่างไร คงไม่

แปลกที่ใครๆก็อยากจะนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถคันงาม ร่างสูงส่ายหัวสลัดความคิดที่ทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ออกจากหัว มือหนาลูบใบหน้าที่ซีดเซียวของตัวเอง

เบาๆเรียกสติ อย่างน้อยตอนนี้เค้าก็ยังมีคยูฮยอนอยู่ข้างกาย ยังอยู่ด้วยกัน ยังมีกันและกัน

แต่อีกนานเท่าไรที่คังอินจะยังมีคยูฮยอนอยู่ด้วยกัน...
.
.
.

"เฮ้ย คังอินวันนี้ไปกินข้าวเย็นกัน" เสียงเพื่อนซี้ดังมาก่อนที่เจ้าตัวจะกระโดดล็อคคอจากทางด้านหลัง

"ไม่ได้ว่ะ วันนี้จะไปรับคยูฮยอน" คังอินแกะมือเหนียวๆของอีทึกเพื่อนสนิทออกจากคอ

"อะไรว้าาา ตั้งแต่เป็นแฟนกับน้องคยูดูเหมือนมึงจะห่างหายจากเพื่อนจากฝูงเหลือเกินนะมึง ไปเหอะวันนี้ไอ้ฮันก็มาด้วย มันเพิ่งจากจีนนะเว้ย"

ผู้ชายหน้าสวยแต่นิสัยแมนสุดโต่งพยายามทำหน้าทำตาออดอ้อน(ที่คังอินคิดว่ามันอ้อนมืออ้อนตีนมากกว่า)พร้อมกับชักแม่น้ำร้อยกว่าสายมาเป็น

เหตุผลให้เพื่อนออกไปเที่ยวด้วยกัน

"เฮ้ย ก็กูสัญญากับคยูไว้ว่ากรูจะไปรับเค้า เดี๋ยวแปปนึงนะ โทรศัพท์มา" มือหนากดรับสายด้วยหัวใจที่พองฟู เมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรมา

"ว่าไงครับที่รัก" ปลายเสียงแผ่วราวกับกระซิบกับตัวเอง

"ไปไหนหรอ" หัวใจที่กำลังพองฟูลู่แฟ่บเหมือนโดนเจาะลม

"เอ่อ... แล้วจะให้พี่ไปรับไหม"

"แล้วจะให้พี่รอไหม" เสียงตัดสายเมื่อปลายสายพูดจบก่อนที่คังอินจะทักท้วงอะไร มือหนากำโทรศัพท์ไว้แน่น

"ว่าไงว่ะมึง หน้าหมองเชียว" อีทึกตบหลังเพื่อนปุๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคังอินเป็นอะไรไป ก็ด้วยเรื่องเดิมๆ

"ไม่มีอะไร" ถึงปากจะบอกว่าไม่มีอะไร แต่หน้าตาก็บ่งบอกได้ว่าตอนนี้คนไม่เป็นอะไรกำลังจะเป็นอะไร

"ไปแดกเหล้ากับพวกกูเหอะ นานๆทีเว้ย" มือเรียวตบหลังเพื่อนดังป้าบก่อนจะกระชากคอเสื้อเพื่อนให้เดินตามไปอย่างไร้อารมณ์ บางทีคังอินก็สงสัย

ว่าความรักของเค้าต้องรออีกนานแค่ไหน แล้ววันนั้นที่เค้ารอคอยจะมีไหม?

หลังจากที่สองคนเดินเข้าไปในร้านเหล้าก็มีเสียงดังโหวกเหวกของโต๊ะกลางร้าน

"เฮ้ย ทางนี้เว้ย ทางนี้" สำเนียงเกาหลีแปร่งๆแบบนี้ไม่ต้องบอกก็รู้อยู่ว่าจะเป็นใครไม่ได้นอกจากนักธุรกิจชาวจีนนามว่า ฮันกยอง อีทึกลากคังอินให้

เดินไปนั่งสมทบกับกลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว

"ว่าไงว่ะมึง สบายดีไหม" อีทึกโผเข้าตบกลางหลังเพื่อนด้วยความยินดี

"กำลังจะบอกว่าสบายดี ถ้าเมื่อกี้นายไม่ฟาดมือใส่กลางหลังชั้น ไอ้เลว" ฮันกยองเอามือลูบหลังป้อยๆ ปล่อยให้คนอารมณ์ดีหัวเราะร่วน คังอินส่งยิ้มฝืน

ให้เพื่อนรอบโต๊ะ ทั้งคิบอมที่หนีบแฟนขาวีนทงแฮมาด้วย ฮันกยองที่กำลังนั่งกัดกับอีทึก ซองมินที่นั่งพูดจาตามประสาผู้หญิง(?)กับรยออุค เยซองที่นั่ง

งอนแฟนตัวเองที่ไปหนุงหนิงกับซองมินจนเกินเหตุ ร่างสูงถอนหายใจเฮือก ทำไมบรรยากาศเก่าๆที่เคยมีมันถึงได้ดูน่าเบื่อไปเสียหมด เมื่อไม่ได้อยู่

กับคนๆนั้น

"แล้วคราวนี้กลับมา จะมาขอฮีชอลยังอ่ะ" เสียงของอีทึกยังคงเย้าแหย่ฮันกยองไปเรื่อยเจื้อย ปนเสียงออดอ้อนของคิบอมที่กำลังนัวเนียแฟนตัวเอง

แล้วยังมีเสียงง้องอนของเยซองกับรยออุคอีก คังอินนั่งกินเหล้าพร้อมกับมองไปเรื่อยๆมีหันมาตอบคำถามฮันกยองบ้างคำสองคำ สายตาคมมองไป

เรื่อยๆจนไปหยุดที่ร่างของคนสองคนที่กำลังกอดเกี่ยวกันอยู่กลางฟลอร์ ร่างบางที่คุ้นตาอย่างประหลาดก็ทำให้คังอินหรี่ตาก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็น

ว่าคนนั้นคือใคร

ซีวอนกับคยูฮยอนที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างไม่สนใจสายตาใครๆในผับ คนสองคนกำลังกอดจูบกันอย่างเมามันส์ในอารมณ์โดยไมได้สนใจ

คนที่กำลังจ้องอย่างเอาเป็นเอาตายเลยสักนิด เหมือนหัวใจจะเต้นช้าลงทีละนิด มือหนากำแก้วจนแทบจะแตกคามือก่อนจะหันหน้าหนีภาพบาดตานั้น

"ชั้นกลับก่อนนะ" คังอินลุกพรวดก่อนจะเดินออกไปไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนๆ ร่างสูงก้าวยาวๆให้ตัวเองรีบเดินออกไปนอกร้าน สั่งตัวเองว่าอย่า

หันไปมอง ห้ามหันไปมอง ถ้าไม่หันไปมอง ถ้าไม่รับรู้ ถ้าไม่สนใจก็จะไม่เจ็บ จะไม่รู้สึกอะไร จะรักคนๆนั้นต่อไปได้โดยไม่รู้สึกอะไร คังอินกึ่งเดิน

กึ่งวิ่งไปตามถนนที่ทอดยาว ถนนมันอาจจะมีปลายสิ้นสุด แต่ความเจ็บปวดที่หัวใจตอนนี้เมื่อไหร่มันจะสิ้นสุดเสียที
.
.
.

"กลับมาแล้วหรอ" คังอินปั้นหน้ายิ้มมารับคนตัวเล็กที่เดินเป๋เข้าบ้านมาด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ตาสวยส่งประกายหยาดเยิ้มให้ ริมฝีปากแดงฉ่ำแย้มยิ้มบางๆ

ร่างสูงที่ปรี่ไปประคองคนตัวเล็กไว้ในอ้อมกอดกว้าง แขนเรียวโอบคอร่างสูงก่อนจะยืดตัวขึ้นจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากหนาเบาก่อนจะผละออกอย่างนึก

สนุกที่คนตัวโตยืนแข็งนิ่ง

"อิอิอิ" เสียงหวานหัวเราะใสในลำคอ ก่อนจะพยายามผละออกจาจากวงแขนแกร่ง

"ปล่อยผมสิฮะพี่ยองอุน" ชื่อจริงของคังอินที่นานๆเจ้าตัวจะเรียกที นั่นหมายความว่าเจ้าตัวต้องอารมณ์ดีสุดๆ

"แน่ะ ผมบอกให้ปล่อย ถ้าพี่ไม่ปล่อยผมจะโกรธแล้วน๊าาาาา" มือเล็กแกะมือหนาที่คว้าเอวคอดไว้แน่น ตาสวยตวัดสายตาดุใส่ร่างสูง คังอินยิ้มฝืดๆให้

ก่อนจะปล่อยคนตัวเล็กให้เป็นอิสระ ทันที่ที่คังอินปล่อยมือ คยูฮยอนก็กึ่งเดินกึ่งเซไปที่โซฟาก่อนจะทอดตัวลงนอนบนโซฟานุ่ม

"ไปอาบน้ำเถอะคยูฮยอน" ร่างสูงเดินไปนั่งข้างๆร่างบางที่นอนหลับตาบนโซฟา

"ไม่เอาอ่ะ ผมปวดหัว ไม่อาบน้ำ ไม่เอา" เสียงหวานพูดหงุงหงิงอย่างรำคาญ มือเล็กผลักไหล่หนาที่พยายามจะอุ้มคนตัวเล็กขึ้น

"อาบน้ำเถอะ" ร่างสูงยังคงดึงดันจะอุ้มเด็กดื้อไปอาบน้ำให้สบายตัว

"ไม่เอาไม่อาบน้ำ ผมปวดหัว พี่คังอินอ่าาาาา ปล่อยน๊าาาา" เสียงอ้อแอ้หงุดหงิดที่คนตัวโตไม่ใส่ใจจะฟังเสียงประท้วงกลับอุ้มร่างบางไปที่ห้องน้ำแล้ว

ค่อยๆวางลงในอ่างน้ำเบาๆ มือหนาปลดกระดุมเสื้อของคยูฮยอนอย่างถือวิสาสะ แผ่นอกบางขาวเนียนค่อยๆปรากฎแก่สายตา คังอินกลืนน้ำลายอย่าง

ยากลำบาก ลำคอที่แห้งผากกลับฝืดเฝือนมากกว่าเดิมเมื่อสายตาคมสังเกตเห็นร่องรอยสีกุหลาบที่มีอยู่ทั่วแผ่วอกขาวบาง มือหนาจับไปที่รอยช้ำนั้นอย่าง

เบามือ รอยช้ำที่ไม่ใช่จากการตีตราจองคนตรงหน้าของเค้าแน่ๆ

เจ็บ...เจ็บจนแทบขาดใจ

ปวด...ปวดร้าวไปทั้งอก

มือหนาสั่นระริกเมื่อไล้ไปตามร่องรอยสีชมพูจางๆตามร่างเพรียว มือหนาปลดตะขอกางเกงของคยูฮยอนก่อนจะแทบกลั้นใจเมื่อร่องรอยสีชมพูเป็น

จ้ำปรากฎเต็มขาอ่อนทั้งสองข้าง เรี่ยวแรงที่เคยมีเหมือนโดนสูบออกจากร่าง ลมหายใจสะดุดขาดเหมือนกับว่าตัวเค้าเองเหมือนคนใกล้ตาย...ไม่สิ คน

ที่กำลังจะตายต่างหาก สายตาพร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลออกมา หัวใจเหมือนโดนฉีกขาด หัวสมองขาวโพลนทำอะไรไม่ถูก

"อื้อออ หนาว" ร่างบางขยับตัวเล็กน้อยเมื่อลมเย็นในอากาศปะทะผิวกาย เรียกสติให้คังอินรู้สึกตัว ก่อนจะอาบน้ำให้คยูฮยอนอย่างอ่อนโยนเหมือนเดิม

อ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง อ่อนโยนเหมือนทุกวันๆ อ่อนโยนกับคนนี้ๆเหมือนทุกครั้งที่หายใจ

หลังจากอาบน้ำเสร็จคังอินก็อุ้มคนตัวเล็กไปนอนที่เตียงก่อนจะจัดแจงใส่ชุดนอนให้ร่างเล็กอย่างเบามือ มือหนาห่มผ้าห่มอุ่นให้คยูฮยอน ก่อนทิ้งตัว

ลงนั่งข้างๆคนตัวเล็กที่นอนขดตัวเองเข้ากับผ้าห่มอุ่น มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มสีดำอย่างแผ่วเบา น้ำตาของลูกผู้ชายไหลลงตามแก้มหยาบอีกครั้ง แต่ไม่มี

แม้แต่เสียงสะอื้น

"พี่รักนายนะ คยูฮยอน" เหมือนมีก้อนอะไรสักอย่างมาอุดที่ลำคอที่ตีบตัน ร่างสูงยกยิ้มอ่อนโยนทั้งน้ำตาให้คนที่กำลังหลับไหล

"พี่รักนาย" เสียงทุ้มที่พึมพำอยู่ข้างหูก็ทำให้คนที่กำลังหลับอยู่รำคาญจนต้องหันหนีไปอีกทาง คังอินเค้นหัวเราะขืนๆให้ตัวเอง เพราะว่ารักถึงได้

หลอกตัวเองอยู่อย่างนี้ เพราะว่ารักถึงได้หลอกว่าคนๆนี้ก็รักกัน เพราะว่ารักถึงได้พยายามปิดหูปิดตาไม่รับรู้ไม่รับฟังไม่มองในสิ่งที่ทำให้ตัวเองปวดใจ

เพราะว่ารัก รักมาก รักจนหายใจแทบไม่ออก เพราะว่ารักจึงยอมเป็นคนโง่ เพราะว่าคำว่ารัก ก็เท่านั้นเอง ร่างสูงดึงผ้าห่มให้คลุมคยูฮยอนอีกครั้งก่อนจะ

เดินออกจากห้องไปอย่างแผ่วเบา
.
.
.

ร่างบางขยับตัวอย่างเกียจคร้านบนเตียงนุ่ม มือเรียววาดไปหาคนตัวโตที่คุ้นเคย แต่กลับคว้าได้เพียงความว้างเปล่า หน้าหวานนิ่วหน้าเมื่อคว้าเท่าไรก็ไม่

เจอสักที คยูฮยอนลืมตามองพื้นที่ว่างๆข้างตัวอย่างสงสัยก่อนจะลุกขึ้นเดินขยี้ตาออกจากห้องไป ร่างสูงยืนพิงหน้าต่างห้องพร้อมกับสายตาคมที่ว่าง

เปล่ามองจ้องไปข้างหน้าไร้จุดหมาย หน้าสวยขมวดคิ้วเล็กน้อยที่คังอินดูผิดปกติไป หากเป็นอย่างทุกวันคังอินต้องหันมาทันทีที่เเค้าเปิดประตูแล้วก็

เดินเข้ามากอดพร้อมรอยยิ้ม แต่วันนี้เหมือนคังอินจะไม่รับรู้เลยด้วยซ้ำว่าเค้ามายืนข้างหลังแล้ว

"พี่คังอิน" มือเรียวสะกิดคนที่ยืนนิ่งเงียบ

"พี่คังอินฮะ" เสียงหวานแข็งขึ้นเล็กน้อย เมื่อคนตรงหน้าก็ยังคงเหม่อลอยอยู่ดี

"พี่คังอิน" คยูฮยอนตะโกนข้างหูคนตัวโต ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะหันมาปั้นยิ้มจืดให้ร่างเล็กที่ยืนกอดอกหน้ามุ่ย

"อ้าว ตื่นแล้วหรอครับ" เสียงทุ้มพูดอ่อนโยนเหมือนทุกวัน แต่วันนี้คยูฮยอนคิดว่าในความอ่อนโยนที่เหมือนเดิมมันมีอะไรที่ผิดแผกออกไป

"พี่มองอะไรอยู่" คยูฮยอนจ้องมองคนตรงหน้าอย่างคาดคั้น คังอินหลบตาวูบก่อนจะรุ้นหลังให้คนตัวเล็กไปที่โต๊ะกินข้าว

"เปล่าๆ กินข้าวเถอะ"

"พี่คังอิน มองตาผม ผมบอกให้มองตาผม" มือเรียวจับหน้าคังอินให้หันมาจ้องตา สายตาคมเศร้าหมองจนชวนใจหาย

"พี่เป็นอะไรรึเปล่า" มือเล็กลูบแก้มหยาบเบาๆ

"เมื่อวานนายไปไหนมา" เสียงทุ้มถามขึ้นลอย

"พี่ว่าอะไรนะครับ" คยูฮยอนขมวดคิ้วฉับ

"เมื่อวานนายไปทำอะไรมากันแน่" เสียงทุ้มพูดด้วยน้ำเสียงราวร้านมากกว่าคาดคั้น

"พี่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบให้ถาม ไม่ว่าผมจะไปไหนมาไหนไม่จำเป็นต้องบอกพี่ ทีกับพี่จะไปไหนมาไหนผมยังไม่เคยถามเลย"

"บอกพี่ได้ไหมคยูฮยอน นายรักพี่บ้างรึเปล่า" คังอินจ้องหน้าหวานอย่างหาความหมาย ความหมายในสายตาของนาย พี่มีค่าแค่ไหน

"..." ร่างบางนิ่งอึ้ง

"พี่รักนายนะ รักมาก รักจนไม่คิดว่าชีวิตนี้จะรักใครได้เท่านายไหม" ใบหน้าหล่อปั้นยิ้มฝืดๆ

"..."

"รักที่นายเป็นนาย รักที่คยูฮยอนคือคยูฮยอน อย่างที่นายเคยบอก พี่อยากจะพิสูจน์ให้นายเห็นว่า ไม่ว่านายจะเป็นยังไงพี่ก็จะรัก รักนายคนเดียว รัก

นายตลอดไป" มือหนาจับมือเล็กมากุมไว้ น้ำตาที่เพียรกลั้นเมื่อเห็นหน้าคยูฮยอนก็ไหลลงมาอย่างสุดกลั้น มือเล็กพยายามดึงออกอย่างอึดอัด

"แล้วเมื่อไหร่ ความจริงใจที่พี่มีให้นายไปจะทำให้นายเห็นถึงความรักของพี่บ้างคนดี"

"..." คยูฮยอนทำท่าเหมือนจะตอบอะไรสักอย่าางแต่ก็หลบสายตาวูบไป

"นายไม่รักพี่ตอนนี้ก็ไม่เป็นไรนะ แต่พี่จะทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ให้นายรู้ว่า พี่รักนายจริงๆ" คังอินพูดทั้งน้ำตา อาการหลบตาวูบของคยูฮยอนก็พอจะ

ทำให้รู้แล้วว่า เค้าไม่เคยมีความหมายในสายตาของคยูฮยอนเลย ไม่สิ ต้องบอกว่าคยูฮยอนไม่เคยมองความรักของเค้าเลยตั้งหาก

แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ของคยูฮยอนก็ดังขึ้น คยูฮยอนมองไปที่โทรศัพท์ตัวเอง ก่อนจะมองหน้าคังอิน มือหนาปล่อยมือเล็กออก ก่อนจะยิ้มจางๆให้ คยู

ฮยอนเดินไปรับโทรศัพท์

"ฮัลโหล สวัสดีครับ เอ่อ ซีวอนหรอ" เสียงหวานแผ่วลงตรงคำพูดสุดท้าย ก่อนจะหันไปมองหน้าร่างสูงที่ยิ้มอ่อนๆให้เหมือนเดิม

"แปปนะ" คยูฮยอนพูดกับโทรศัพท์ก่อนจะรีบเดินเข้าไปคุยในห้องนอน คังอินมองจนคนตัวเล็กปิดประตูห้องไป ร่างสูงยิ้มเศร้าๆให้กับตัวเอง

I love you
For sentimental reasons.
I hope you do believe me,
I'll give you my heart.

คังอินก้มมองมือตัวเองที่เพิ่งปล่อยให้หัวใจตัวเองหลุดลอยไป สายตาที่สับสนเมื่อกี้ของคยูฮยอนก็ได้คำตอบกับหัวใจของเค้าแล้ว ว่าคนตัวเล็กไม่เคยรัก

ไม่เคยมอง ไม่เคยเห็นค่าของความรักของเค้าเลย เสียงหวานที่คุยโทรศัพท์กระหนุงกระหนิงในห้องก็ยิ่งทำให้หัวใจที่เจ็บอยู่แล้ว แทบขาดรอนๆไปอีก

I love you,
And you alone were meant for me.
Please give your loving heart to me,
And say we'll never part.

คังอินทรุดลงกับโซฟานุ่มหน้าทีวี ก่อนจะซุกหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเอง น้ำตาใสไหลลงไม่ขาดสาย เจ็บเหลือเกินกับการเอาหัวใจไปให้คนอื่นที่เค้าไม่

เคยคิดจะดูแลมัน เจ็บเหลือเกินที่หัวใจของเค้า ความรักของเค้า ไม่มีวันที่จะกลายเป็นความรักของเราได้เลย เหมือนที่ปอดมีรูรั่วตอนนี้ถึงได้อึดอัด

เสียดไปทั้งยอดอกแบบนี้ ถ้าไม่หายใจแล้วจะสบายขึ้นไหม หากถ้าหลับไปลืมเรื่องทุกอย่าง ย้อนเวลากลับไปได้ หัวใจคงไม่เจ็บปวดแบบนี้ใช่ไหม

I think of you every morning,
Dream of you every night.
Darling, I'm never lonely
Whenever you are in sight.

ไม่ว่าจะหลับ ตื่น หรือทำอะไร สิ่งแรกและสิ่งเดียวในหัวใจคือคยูฮยอน อยากรู้ว่าน้องจะทำอะไรอยู่ จะคิดถึงกันบ้างไหม ถ้าคยูฮยอนไม่มีเค้าจะอยู่ได้

ไหม เหมือนถ้าเค้าไม่มีคยูฮยอนคงขาดใจ เพราะคยูฮยอนเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของคนที่ไม่เคยมีอะไรสำคัญ เพียงแค่ต้องการให้คยูฮยอนอยู่ใน

สายตาที่เค้าเฝ้ามอง เค้ายอมทุกอย่าง ยอมให้หัวใจตัวเองโดนย่ำยี ยอมให้หัวใจตัวเองโดนกรีดแทง เพียงแค่ให้ลมหายใจตอนนี้ของเราอยู่อยู่ร่วมกัน

I love you
For sentimental reasons.
I hope you do believe me,
I've given you my heart.

แต่ตอนนี้คังอินรู้แล้ว หากคยูฮยอนไม่มีเค้า คงไม่เป็นอะไร หากคยูฮยอนไม่มีเค้าน้องก็ยังอยู่ได้ หากคยูฮยอนไม่มีเค้าคนดีก็ยังอยู่สุขสบาย ถ้าความ

รักของเค้าเป็นเพียงแค่สายลมที่โอบอุ้มยามที่น้องเหงา ถ้าความรักของเค้าเป็นได้แค่นั้น... ถ้าความรักทั้งชีวิตของผู้ชายคนนึงที่มีให้คนๆนึงมีค่าในสาย

ตาของน้องแค่นั้น แค่เพียงเท่านั้น... ก็เพียงพอแล้วแล้ว พอแล้วจริงๆ

เสียงเปิดปิดประตูดังขึ้น พร้อมกับคังอินที่ยกยิ้มอ่อนโยนให้คนที่แต่งตัวเสร็จแล้วเดินออกมา

"ผมไปข้างนอกนะฮะ" คยูฮยอนไม่มองหน้าคังอินก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้อง แต่ก่อนที่ร่างบางจะเดินออกไปนั้น มือหนาก็ฉวยมือบางไว้แน่น

แน่นจนเจ็บ หน้าหวานนิ่วหน้าอย่างไม่ชอบใจ

"พี่ฮะ ผมเจ็บ ปล่อยได้แล้ว" มือเล็กพยายามสะบัดออกจากการเกาะกุม

"พี่รักนายนะ พี่จะรอจนกว่าจะวันนั้น วันที่นายเห็นค่าความรักของพี่ รอ...ถึงแม้จะไม่มีหวังเลยก็ตาม" เสียงทุ้มพูดพร้อมรอยยิ้มที่เศร้าหมองอีกครั้ง

ก่อนจะปล่อยมือจากคยูฮยอนที่เดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว

"พี่รักนาย" เสียงทุ้มพูดขึ้นเบาๆ ราวกับจะย้ำกับตัวเอง พี่จะรอจนวันที่นายหันมา รอ..ถึงแม้ว่าจะไม่มีหวังเลยก็ตาม...

I love you
For sentimental reasons.
I hope you do believe me,
I've given you my heart.


(จบเหอะ) The EnD ~

---------------------------------------

Talk >>> กราบงามๆสามที กว่าจะจบได้ ตอนแรกกะเขียนสั้นๆๆไปๆมาๆก็ไม่สั้นแหะ - -* เรื่องนี้น้องโจดูเลวๆไงก็ไม่รู้แหะ เหอะๆๆๆ สรุปว่าเค้าจะรักกันไหมเนี่ย ก็บอกไม่ได้แหะ เอาไปคิดต่อกันเองแล้วกันนะค่ะ แบบว่าหมดมุขแล้ว *เกาหัวเขินๆ* เพลงนี้ตอนแรกกะจะเอามาเขียนบอมด๊อง เพราะเนื้อเพลงมันหวานเหลือเกิน...แต่พอเขียนไปเขียนมาแล้วแบบว่าเปลี่ยนคู่ดีกว่า แหะๆๆๆๆ เอาเป็นว่าถ้างงกันก็ขอโทษด้วยนะค่ะ ขอบคุณที่ทนอ่านจนจบค่ะ รักคนอ่าน รักคนคอมเมนท์ และรักเอสเจย์ครับ ^^

 ปล.ตอนนี้นู๋ฝนขาเดี้ยง นั่งแหง่วอยู่ที่บ้าน ได้อู้งานอาทิตย์นึง เหอะๆๆๆๆ -- -- เดี้ยงขาเดิมเลยครับพี่น้อง ซนไม่เปลี่ยนเหมือนเดิม ตอนนี้สีที่ขากำลังาสวย ม่วงอมเขียวช้ำพอดีๆๆๆ -- -- เอนช้ำ เยี่ยม เอาเข้าไป ก็ยังดีนะ ผู้ชายกลับไปแล้ว ไม่งั้นตายแน่ๆๆๆ T^T

2008/Apr/16

[SF] So Far...

ft. Kibum x Donghae

 


เหงา...ความรู้สึกโดดเดียวยามที่ไม่มีคนน่ารักคนนั้นอยู่ข้างกายมันรู้สึกเปล่าเปลี่ยวแบบนี้นั่นเอง ร่างสูงของคิบอมนั่งหงอยอยู่ข้างหน้าต่างห้องนอน ห้องนอนที่เคยเสียงดังเมื่อมีใครอีกคนมาแอบแชร์ใช้ด้วยกัน เตียงนอนที่เคยดูแคบยามที่มีคนตัวเล็กอีกคนมานอนเบียดอยู่ข้างๆ ตอนนี้ทั้งห้องนอนและเตียงนอนมันช่างดูกว้างใหญ่และเงียบสงัดจนน่าหดหู่ใจ ชีวิตที่ต้องอยู่คนเดียวแบบนี้...จะต้องอดทนรอคนๆนั้นให้กลับมาอีกนานแค่ไหนกัน เหงา...จริงๆ ถึงจะเคยห่างกันบ้างในบางเวลาก็จริง แต่ก็ไม่เคยห่างกันไกลเกินหลายวันแบบนี้ แต่เพราะโปรเจ็คใหม่ของ SJที่ต้องการไปตีตลาดที่จีน เลยทำให้ต้องมียูนิตย่อยที่ทำให้อีกคนต้องถูกส่งไปทำงานอยู่ไกลถึงจีน

คิบอมถอนหายใจเฮือกอีกครั้งก่อนจะหันไปมองนาฬิกาที่ผนังห้อง ... สี่ทุ่มแล้ว คนๆนั้นตอนนี้จะทำอะไรอยู่ จะนอนหลับแล้วหรือยัง หรือจะยังเล่นเกมส์ที่เจ้าตัวติดนักหนา หรือว่าคนๆนั้นตอนนี้จะกำลังเล่น หยอกล้อกับใคร ยิ่งคิดหัวใจของคนรอก็ยิ่งจิตตก ร่างสูงถอนหายใจอีกเฮือกก่อนจะถลาลงนอนกับเตียงนอนนุ่ม กลิ่นกายของใครบางคนยังคงหอมละมุ่นอยู่บนเตียง มือหนาวาดไปกอดที่วางเปล่าข้างตัวก่อนจะดึงผ้าห่มมากอดแน่น คิบอมสูดกลิ่มหอมอ่อนๆของอีกคนอย่างคิดถึง แต่...ไม่รู้ว่าอีกคน จะคิดถึงกันแบบที่เค้าตอนนี้กำลังคิดถึงคนดีแทบขาดใจ

โทรศัพท์มือถือที่นิ่งสนิทมาสองวัน ก็ยังคงนิ่งสนิทอยู่แบบนั้น ถึงอยากโทรเท่าไร แต่คิบอมก็ไม่กล้าโทรไปกวน เพราะรู้ว่าคนๆนั้นต้องทำงาน ถึงอยากจะได้ยินเสียงแทบขาดใจแต่เรื่องงานยังไงก็สำคัญกว่า ว่าแล้วก็ถอดถอนหายใจอีกสักที กลับมาสักทีสิคนดี ตอนนี้หัวใจของคนๆนี้กำลังจะขาดรอนๆ

ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งหายใจไม่ออก ร่างสูงลุกขึ้นก่อนจะเดินช้าๆไปห้องครัว อย่างน้อยหานมอุ่นๆกินก่อนนอนมันก็อาจจะทำให้หัวสมองปลอดโปร่งขึ้นก็ได้ คิบอมเดินเอื่อยๆเข้าไปหานมอุ่นในครัว ก่อนจะย้ายออกมานั่งจุ๊มปุ๊กหน้าทีวี มือหนาเปิดทีวีไปเรื่อยๆ แต่ก็ต้องแอบเซ็งเมื่อรู้สึกว่ารายการโปรดของตัวเองวันนี้มันช่างไม่สนุกเอาเสียเลย เมื่อต้องมานั่งดูคนเดียวโดยที่ไม่มีใครมาคอยนั่งกวนเสียจนไม่เป็นอันดูแบบที่เคยเป็น เปิดไปได้สักพักคิบอมก็ปิดทีวี แล้วก็ถอนหายใจรอบที่เท่าไรของวันก็ไม่รู้

"ยังไม่นอนอีกหรอ" เสียงหวานที่คุ้นเคยมาก่อนที่ร่างบางจะอัญเชิญตัวเองลงนั่งข้างกายน้องรัก คิบอมหันไปมองหน้าหวานๆของพี่ชายตัวเองก่อนจะเอนหัวซบลงกับบ่าเล็ก ร่างสูงพิงร่างตัวเองพิงพี่ชายอย่างอ่อนแรง

"ผมนอนไม่หลับ" เสียงห้าวสารภาพหงอยๆ ฮีชอลแอบยิ้มกับท่าทางอ้อนๆของน้องรักที่นานๆจะมีให้เห็นที มือเรียวลูบผมสีดำที่ยาวระต้นคออย่างอ่อนโยน ใครว่าฮีชอลโอ๋น้องก็ว่าไปเหอะ ก็ตอนนี้ไอ้น้องคนดีมันทำท่าทำทางเหมือนโดนเจ้าของทอดทิ้งเหลือเกิน หูตกหางลู่แบบนี้ มันน่าฟัดนัก

"คิดถึงเจ้าปลาน้อยหรอ" ถ้าฮีชอลเกาคางคิบอมแล้วครางอื้อแบบเจ้าฮีบอมได้ล่ะก็คนสวยคงทำไปแล้ว มือเรียวสางผมนุ่มของน้องเล่น หัวทุยพยักหหน้ารับเบาๆก่อนจะทำหน้าทำตาหงอยหนักกว่าเดิม

"คิดถึงก็โทรไปหาสิ"

"ไม่เอา กวนจะโทรไปกวนทงแฮ กลัวว่าเค้าจะนอน จะทำงาน หรือจะเล่นกับใครอยู่ กลัว...ว่าเค้าจะไม่คิดถึงผม"

"อ้าว ไม่โทรไปหา แล้วจะหายคิดถึงไหมล่ะ ถ้านายคิดถึงก็โทรไปหาสิ พี่ว่าเจ้าปลาติ๊งต๊องนั่นก็คงรอโทรศัพท์นายอยู่เหมือนกัน โทรไปคุยสองสามคำมันไม่นานเกินไปหรอก"

"พี่ฮีชอลฮะ"

"มีอะไร"

"พี่ทนเหงาได้ยังไงฮะ" เสียงห้าวถามเสียงเบา ร่างบางนิ่งเงียบไปอึดใจ ก่อนจะระบายยิ้มบางๆ

"พี่ไม่เคยเหงานะ" เสียงหวานพูดกลั้วขำ เมื่อน้องชายเงยมาสบตาอย่างสนใจ

"พี่ไม่คิดถึงพี่ฮันหรอฮะ"

"คิดถึงสิ แต่คิดถึงก็ส่วนคิดถึงสิ เหงาก็ส่วนเหงา คนละส่วนกัน ถ้านายเอาแต่นั่งคิดถึงเค้าแล้วมาทำให้ตัวเองเหงาเองก็แย่กันพอดี" นิ้วเรียวจิ้มที่หว่างคิ้วของน้องชายแล้วค่อยๆหมุนคลายปมเบาๆ

"ถ้าพี่มัวแต่ทำแบบนาย เวลาพวกนายไม่อยู่ พี่ก็เหงาตายกันพอดีสิ หรือถ้าพี่คิดถึงจนทนไม่ไหว พี่ก็โทรหา ก็เท่านั้น อีกอย่างนะอย่างนายนะยังดี ยังไงเจ้าปลาก็ต้องกลับมาที่เกาหลีอยู่แล้ว แต่...อีกคน จะได้อยู่เกาหลีอีกนานเท่าไรใครจะรู้" ประโยคสุดท้ายเสียงหวานพูดเบาๆเหมือนพึมพำกับตัวเองมากกว่า

"พี่นี่เข้มแข็งดีจังนะฮะ" คิบอมกอดเอวบางหลวมก่อนจะซุกหน้าลงหาไออุ่นเหมือนเด็กน้อยกำลังอ้อนแม่

"พี่ไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่นายคิดหรอก แรกๆที่ตานั่นกลับจีนบ่อยๆ พี่ก็จิตตกบ่อยๆเหมือนกัน แต่...มันอยู่ตรงนี้" มือเรียวจับไปตรงหน้าอกด้านซ้ายของคิบอม

"ถ้านายคิดถึงด้วยสมองนายก็จะรู้สึกว่าเหงาเพราะสมองจะสั่งให้นายคิดถึง อยากเจอ อยากอยู่ใกล้กับคนๆนั้นตลอดเวลา แต่ถ้านายคิดถึงเค้าด้วยหัวใจ นายจะไม่รู้สึกว่าเหงาเลย เพราะหัวใจจะทำให้เรารู้สึกคิดถึงและตรงนี้ของเค้ากับนายไม่เคยห่างกันเลย จริงไหม?" เสียงหวานพูดเรื่อยๆ รอยยิ้มจางๆเริ่มประดับที่มุมปากของร่างสูง

"ยาวิเศษของพี่ ก็คือคำว่า รัก เพราะเราเชื่อว่าเรารักกัน ถึงไม่ต้องอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ถ้าเราเชื่อในกันและกัน เชื่อในความรักของเรา ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหน จะสุดขอบฟ้าหรือคนละครึ่งโลก แต่ความรักของเราทั้งสองก็จะเชื่อมหัวใจสองดวงของพวกเราไว้ด้วยกัน แล้วนายเชื่อมั่นในความรักของนายสองคนไหมเล่า" ฮีชอลเลิกคิ้วถามคนขี้อ้อนที่พยักหน้ารับรัวเร็ว

"ขอบคุณครับพี่ฮีชอล" ฮีชอลหยิกแก้มบวมๆของน้องรักหนึ่งที ก่อนจะดันตัวออกห่าง

"ไปโทรหาเจ้าปลาซะ พี่จะไปนอนแล้ว" ฮีชอลยิ้มให้น้องชายที่ดีดตัวขึ้นจากโซฟาอย่างกระดี่กระดาแล้ววิ่งเข้าห้องตัวเองไปอย่างรวดเร็ว

ร่างสูงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเรียกความกล้า ก่อนจะกดเบอร์ที่คุ้นเคยลงไปแล้วกดโทรออก รอไม่นานนักเสียงหวานที่คิดถึงก็รับอย่างร่าเริง

"เด็กบ้า ทำไมไม่ยอมโทรมาหาเลยฮะ" เอิ่ม...คิดว่าร่าเริงของหมวยมันก็แล้วกัน

"ให้ชั้นรออยู่ได้ ทำไมไม่โทรมาหาบ้างเลย ไม่คิดถึงกันรึไง" เสียงหวานที่กระโชกโฮกฮากผ่านมาตามสายโทรศัพท์กลับทำให้คนที่อยู่ปลายสายยิ้มได้เต็มที่อีกครั้งในรอบสองสามวันที่ผ่านมา

"คิบอม... นายฟังชั้นอยู่ไหมเนี่ย" ทงแฮถามเมื่ออีกผ่านนิ่งเงียบไม่ตอบรับ

"ฟังอยู่สิครับ"

"ฟังแล้วทำไมไม่ตอบ ชั้นถามว่าทำไมเพิ่งโทรมา ไม่คิดถึงกันเลยรึไง" ไม่ต้องเห็นหน้าคิบอมก็พอจะนึกหน้าหวานๆที่กำลังมุ่ยสนิทออก

"คิดถึงสิ คิดถึงจนแทบขาดใจเลยล่ะ" เสียงห้าวที่พูดเรื่อยๆก็ทำให้คนที่กำลังโมโหหน้าแดงแปร๊ด คำพูดที่กำลังเตรียมจะตระโกนใส่หูโทรศัพท์ถูกคำพูดตรงๆหยุดเสียสนิท

"คิดถึงจนแทบทนไม่ได้ แต่ที่ไม่โทรมา เพราะกลัวว่าจะกวนเวลาของทงแฮ กลัวทงแฮจะนอนไปแล้ว กลัวทงแฮจะทำงานอยู่ กลัวจะกวนเวลาทงแฮเล่นสนุกกับคนอื่น กลัวถ้าผมโทรไปหาปล่อยๆแล้วทงแฮจะรำคาญ กลัวว่า...”

"พอๆๆ พอแล้ว รู้แล้วน่า ถามคำเดียวต่อซะยาวเลยนะ" เสียงหวานพูดอุบอิบ ความคิดถึงที่อัดแน่นของอีกคนส่งผ่านสายโทรศัพท์มามากมายจนรู้สึกได้ ดวงหน้าหวานร้อนฉ่า จากที่คิดจะวีนให้หายโมโหที่รอโทรศัพท์จากคนใจดำที่เฝ้าประนามมาหลายวัน กลายเป็นต้องอมยิ้มกับคำสารภาพซื่อๆของคนตรงๆแทน

"พี่ฮีชอลบอกว่าถ้าหากคิดถึงให้คิดถึงด้วยหัวใจ อย่าใช้สมองคิดถึง เพราะสมองจะสั่งให้เรารู้สึก แต่หัวใจจะทำให้เรารู้สึกว่าจริงๆแล้วเราไม่เคยห่างกันเลย ถ้าเราเชื่อมั่นในคำว่ารัก ทงแฮครับ ผมรักทงแฮนะ รักมาก แล้วทงแฮล่ะ รักผมมั่งไหม?" ถ้าอยู่ต่อหน้ากัน ร่าสงบางคงหน้าแดงแปร๊ดทำอะไรไม่ถูกเสหน้าหลบสายตาคมเสียให้วุ่นวายกับคำถามง่ายๆที่ยังไงก็ไม่ชินเสียที แต่ตอนนี้อยู่ห่างกันคนละประเทศเจ้าหมวยคนดีเลยอมยิ้มกับตัวเองก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำตอบไป

"รักสิ รักมากด้วย มากเสียจนจะบ้าตายที่นายไม่โทรมาหาเสียที นึกว่าจะลืมกันแล้วซะอีกคนใจดำ ไม่โทรมาหาตั้งหลายวัน นายแอบไปกิ๊กกับใครลับหลังชั้นรึไง" ประโยคหลังเสียงหวานพูดเสียงเข้มจนคนถูกกล่าวหาหลุดขำ

"ทงแฮคิดว่าคนอย่างผมจะกล้าไปกิ๊กใครได้ ผมรักทงแฮจนกินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายวัน จะทำอะไรก็คิดถึงแต่คนดี แล้วจะเอาเวลาไหนไปกิ๊กคนอื่นครับ" โอ๊ย..ให้ตายเหอะ ไอ้เด็กพูดน้อยถึงน้อยมากคนนี้ ทำไมเวลาอ้าปากพูดแต่ละทีถึงขยันหาคำหวานมาป้อยอให้หัวใจกระตุกทุกทีเลยสิน่า - -*

"พอได้แล้ว เด็กบ้า นอนได้แล้วนะ พรุ่งนี้ชั้นต้องทำงาน นายก็ทำงานไม่ใช่หรอ นอนๆๆได้แล้ว"

"ครับ ฝันดีนะครับนางฟ้า ไม่มีผมกอดคืนนี้ก็กอดตัวเองไปก่อน กลับมาเกาหลีเมื่อไหร่ ผมจะกอดให้แน่นเลย"

"รู้แล้วน่า นายก็เหมือนกันคืนนี้ไม่มีใครให้กอดก็กอดหมอนข้างไปก่อน อย่าได้ดอดไปกอดใครเชียว ถ้าจับได้ตายสถานเดียวแน่คิมคิบอม อีกย่างพรุ่งนี้นายต้องโทรหาชั้นอีก คุยแค่นาทีสองนาทีชั้นว่างพอ เข้าใจไหม?" เสียงหวานสั่งเข้ม

"ครับพ้ม ผมจะโทรไปหาจนกว่าทงแฮจะรำคาญเลยล่ะ ฝันดีนะครับที่รัก คิดถึงมากๆเลย"

"อื้อ รู้แล้วนะ ชั้นบอกนายไปรึยัง ว่าชั้นก็คิดถึงนายเหมือนกัน แค่นี้นะ ฝันดีนะ...ที่รัก" คนขี้เขินพูดเร็วๆก่อนจะรีบตัดสายทิ้ง มือเล็กยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองแล้วกลิ้งไปกลิ้งมากับเตียงอย่างมีความสุข นานจะได้พูดอะไรแบบนี้ที พูดเองก็เขินเป็นนะครับ

คิบอมยกยิ้มให้กับโทรศัพท์เครื่องเล็กในมือของตัวเองอย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มระบายเต็มสองแก้ม ก่อนร่างสูงจะล้มลงนอนกับเตียงกว้างที่อุ่นและนุ่มขึ้นในความรู้สึก ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากหัวใจดวงน้อยมันก็ทำให้ความอ้างว้างในหัวใจหายไปเหลือแต่ความอบอุ่นที่ก่อเกิดจากหัวใจของคนสองคน มือหนาดึงหมอนข้างมากอดไว้แน่น ถึงจะไม่อุ่นเนื้อเท่าอีกคนที่เพิ่งวางสายไป แต่ก็อุ่นพอที่จะดึงให้ร่างสูงเข้าสู่นิทราไปอีกวัน...

ไม่ว่าจะอยู่ไกลกันแค่ไหน เพียงแค่หัวใจของเราสองคนไม่เคยห่างกัน มันก็พอแล้วไม่ใช่หรอ?

The End ~~

 

---------

 

ปล.เอาของเก่ามาแปะใหม่...โอ๊ย ร้อนง่ะ -*-

2008/Apr/10

[SF] I love U so...

ft.Yesung x Ryeowook

 

 


ความรัก...เป็นทั้งสิ่งที่งดงามและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน

ยิ่งถ้าความรักนั้นเป็นแอบรักข้างเดียว...สิ่งที่สวยงามที่สุดก็เป็นสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดได้เช่นกัน

ผมรักดวงตาคู่สวยคู่นั้นที่ส่องประกายราวกับแก้วใส ยามเมื่อได้พอเห็นสิ่งของถูกใจ แต่ผมก็เกลียดดวงแก้วคู่นั้น เพียงเพราะมันไม่ได้ส่องประกายมาที่ผม

ผมรักรอยยิ้มอ่อนหวานแบบนั้น ยามเมื่อเจ้าตัวระบายยิ้มอ่อนโยนบนริมฝีปากสวยเมื่อพอใจอะไรสักอย่าง แต่...ผมก็เกลียดรอยยิ้มแบบนั้น เพียงเพราะมันไม่ได้มีไว้เพื่อผม

ผมรักคนตัวเล็กคนนั้น ความอ่อนหวาน อ่อนโยนของเจ้าตัวผูกมัดหัวใจของผมให้จมดิ่งอยู่ในความมืดมน ความมืดมิดของความรักที่เจ็บปวด แต่ในเวลาเดียวกันผมก็เกลียด...ผมเกลียด เกลียดคนๆนั้น เกลียดเพราะเค้าไม่ได้รักผม เกลียดเพราะเค้ารักคนอื่น เกลียด....ทั้งๆที่ควรจะเกลียดให้สุดหัวใจ แต่หัวใจของผมมันก็รัก...รักมาก...รักจนอยากครองครองทุกอย่าง

ในห้องสีขาวที่อึมครึม มีร่างบางนอนนิ่งอยู่บนเตียงสีขาว ใบหน้าหวานสีซีดขาว ดวงตาใสปิดสนิท ข้างกันมีชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ ใบหน้าหล่อเหลาอมทุกข์ นัยน์ตาคมขุ่นมัวมือหยาบกร้านสั่นระริกจนคุมไม่ได้

"รัก" เสียงครางทุ้มแหบพร่า หยาดน้ำตาใสๆเอ่อล้นจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัว

"พี่รักนายนะรยออุค" เสียงห้าวพูดกระท่อนกระแท่น ก่อนจะฟุบหน้าตัวเองลงกับท่อนแขนเรียวบางแล้วปล่อยให้เสียงสะอื้นของตัวเองหลุดรอดออกมาอย่างไม่สนใจใคร

"พี่รักนาย รักมาก รัก รัก" ริมฝีปากหนากระซิบแผ่วเหมือนบริกรรมคาถาอะไรสักอย่าง ร่างสูงเขยิบตัวขึ้นนั่งข้างคนตัวเล็กที่นอนนิ่งไม่รับรู้อะไรบนเตียงนุ่ม

"ถ้าเพียงนายรักพี่บ้าง รักพี่สักนิด รักพี่ รักพี่" ดวงตาคมเหม่อมองคนที่นอนหลับตานิ่งไม่รับรู้ถึงสายตาที่ปวดร้าว หากดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจงั้นตอนนี้สายตาของชั้นก็น่าจะบอกนายได้ว่าหัวใจของชั้นดวงนี้เจ็บปวดแค่ไหน ทั้งๆที่พี่รักนายไม่แพ้ใครๆ

มือหนาไล้ไปตามกรอบหน้าเรียวอย่างทะนุทนอม ใบหน้าหวานยามขยับแย้มยิ้มช่างดูสดใสอ่อนโยนนัก นิ้วของร่างสูงลากไล้ไปหยุดที่ริมฝีปากบาง ยามที่ริมฝีปากนี้วาดรอยยิ้มประดับลงไป ก็ทำให้ดวงหน้าเนียนดูสวยหวานกว่าผู้หญิงทั่วไป รัก...รักมาก...รักมากจริงๆ

"รยออุค ลืมตามองพี่ได้ไหม" เสียงห้าวพูดเสียงออดอ้อน หยาดน้ำตาอุ่นไหลเป็นทางก่อนจะหยดลงเป็นมือเล็กที่เย็นเฉียบ

"ขอร้องล่ะคนดี ลืมตามองพี่ได้ไหม มองมาที่พี่บ้างได้ไหม" เยซองยกมือเล็กมาจุมพิตเบาๆ แต่คนที่โดนอ้อนวอนขอก็ไม่ได้ลืมตามาตามคำขอ หากจะยังนอนนิ่งสนิทเหมือนไม่รับรู้ หรือสนใจไยดีแต่คำอ้อนวอนที่เจ็บปวด

"รยออุค" เสียงครางเรียกร้องถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ ก่อนที่ดวงตาที่เศร้าสร้อยเมื่อกี้จะแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน แข็งกร้าว

"แม้แต่ตอนนี้ ตอนนี้นายก็ยังไม่มองชั้น" เสียงทุ้มพูดเสียงต่ำในลำคอ มือหนากำข้อมือเรียวแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้ออ่อน

"ทำไมรยออุค ทำไมนายถึงไม่รักชั้น ทำไม" เยซองกระชากร่างบางที่ไร้สติขึ้นมาเขย่าจนคนตัวเล็กหัวสั่นหัวคลอน หากร่างบางก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะลืมตาตื่นมามองคนที่หัวใจเจ็บปวดจวนเจียนจะขาดใจ

"รักพี่สิ รยออุค บอกพี่สิว่ารัก" เสียงห้าวกระชากดุดัน

"พี่บอกให้นายรัก รักพี่ รักสิ รักพี่ ได้ยินไหม รักนะ รัก!!~!" เยซองตะคอกใส่ร่างบางที่ยังคงนิ่งไม่รับรู้อะไร

"รักพี่สิ รยออุค รักพี่เถอะ รักพี่" เสียงห้าวอ่อนลง มือหนารวบร่างที่อ่อนปวกเปียกมากอดแนบอก มือหนากดหลังบางให้แนบอกอุ่น น้ำตาที่เหือดแห้งไปเมื่อกี้ไหลลงมาอีกครั้ง ใบหน้าคมซุกลงกับซอกคอขาวที่มีแต่รอยช้ำ

"ทำไมนายไม่รักพี่ ไม่รัก ไม่เคยแม้แต่จะมอง ทำไมล่ะรยออุค ทั้งๆที่พี่รักนาย รักมากขนาดนี้ ทั้งๆที่รักมากแท้ๆ ทำไม" ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งสั่น น้ำตาใสๆไหลลงมาไม่หยุด เยซองกอดรยออุคไว้สักพัก ก่อนจะค่อยๆวางร่างบางให้นอนราบไปกับเตียงนุ่มอย่างทะนุทนอมอีกครั้ง

"หลับซะนะคนดี พี่ขอโทษ แต่พรุ่งนี้ นายจะตื่นมาบอกพี่ได้ไหม ว่านายก็รักพี่เหมือนกัน" เยซองขยับยิ้มบิดเบี้ยวให้คนตัวเล็ก มือหนาลูบกลุ่มผมสีดำเบาๆ สายตาคมทอดมองคนที่นอนหลับอย่างอ่อนโยน มือหนายกมือเล็กมากุมไว้ก่อนจะซุกหน้าตัวเองลงกับฝ่ามือบางนั่น

พรุ่งนี้...ขอให้นายตื่นขึ้นมาบอกกับพี่ว่ารัก หน้าคมระบายยิ้มอ่อนโอนพร้อมทอดมองดวงหน้าหวานที่ซีดเซียวอย่างแสนรัก...รัก รักมานาน แอบรักคนๆนี้มานานแล้ว...ทั้งๆที่เค้าไม่รัก ไม่เคยรัก ไม่คิดที่จะรัก และไม่มีวันรัก
.
.
.

"พี่เยซองฮะ ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าผมไม่เคยรักพี่ ไม่เคยคิดจะรัก และไม่มีวันรักด้วย" คนตัวเล็กระเบิดอารมณ์ใส่ร่างสูงที่นั่งหน้าเศร้าอยู่บนเตียง หลังจากที่เยซองออกอาการหึงหวงรยออุคอย่างรุนแรงโดยการโดดต่อยหน้าคิบอมเพื่อนสนิทรยออุคเพียงเพราะเจ้าเด็กนั่นโอบกอดรยออุค

"..." ร่างสูงนั่งกำมือตัวเองแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ แต่ก็ยังคงนิ่งจนคนตัวเล็กหงุดหงิดมากกว่าเดิม

"เลิกทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของผมเสียที พี่ก็รู้ว่าที่ทำไปทั้งหมดมันก็แค่แฟนเซอร์วิส รู้จักไหมแฟนเซอร์วิสน่ะ ผมน่ะนะ ไม่ได้รักพี่สักหน่อย ไม่เคยคิดด้วยว่าจะรัก เข้าใจไหม" เสียงหวานยังคงตะโกนใส่ร่างสูงที่นั่งก้มหน้านิ่งอยู่บนเตียง

"พี่รักนาย" เสียงทุ้มห้าวพูดเบาๆ ร่างบางชะงักไปนิดก่อนจะชักสีหน้าหงุดหงิด

"แต่ผมไม่เคยรักพี่ แล้วชาตินี้ก็รักไม่ได้ด้วย เพราะผมรักคนอื่น พี่เข้าใจไหมฮะว่าผมรักคนอื่น ผมรักซีวอน รักซีวอน" ยิ่งแค่คำว่าไม่รักมันก็เชือดเฉือนหัวใจพี่ให้แทบขาดแล้ว นี่นายจะยังตอกย้ำให้พี่ยิ่งเจ็บช้ำอีกทำไม ว่าในสายตาของนายนั้นไม่เคยมีพี่อยู่เลย

"ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้นสังกัดต้องจับผมกับพี่มาคู่กันด้วย" เสียงหงุดหงิดเมื่อนึกถึงวันที่พี่ผู้จัดการบอกเรื่องแฟนเซอร์วิส รยออุคพยายามขอเปลี่ยนคู่ เพราะอยากได้คู่ซีวอนมากกว่า แต่เพราะคู่วอนอุคไม่เป็นที่นิยมเท่าซีฮัน ซิมซินเท่าไร รยออุคเลยต้องยอมแพ้ไป... ส่วนเยซองได้แอบซ่อนความดีใจไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เข้าใกล้อีกนิดแล้วนางฟ้าของชั้น ถ้าเพียงแต่นายยอมละสายตาของนายมามองที่ชั้นบ้าง นายจะเห็นว่าชั้นรักนายมากแค่ไหน

"พี่รักนาย"

"จะต้องให้พูดกี่ครั้งกันฮะพี่เยซอง ว่าผมไม่เคยรักพี่ ผมรักซีวอน และเรารักกัน ได้ยินไหมฮะ" ร่างบางตวาดคนที่นั่งก้มหน้านิ่งไม่สนใจเสียงหวานที่ตะคอกใส่ รยออุคหมดความอดทน

"ผมจะไปบอกพี่จองซู ให้เลิกเรื่องคู่แฟนเซอร์วิสสักที ผมทนพี่ต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว" ร่างบางหันหลังจะเดินออกจากห้องไป

...นางฟ้าของชั้นกำลังจะไป นางฟ้าของชั้นกำลังจะจากไป... ก่อนที่มือเรียวจะคว้าลูกบิดประตู ร่างบางก็โดนกระชากให้ปลิวติดมือหนาของร่างบางที่ยึดเอาไว้แน่น

"พี่เยซอง จะทำอะไร ปล่อยผมนะ" ร่างบางดิ้นพล่าน เมื่อสังเกตได้ว่าคนตรงหน้าไม่ปกติเท่าไร สัญชาตญาณของตัวเองบอกว่าให้รีบหนี แต่ถึงจะดิ้นยังไงก็ไม่มีทางจะหลุดพ้นมือของเยซองไปได้

ร่างสูงลากร่างบางมาโยนลงบนเตียงนุ่ม ก่อนจะลุกขึ้นคร่อมเอาไว้ มือหนาสองข้างบีบที่ต้นคอเล็กอย่างแรง มือเล็กพยายามแกะมือใหญ่ออกจากคอตัวเอง ร่างสูงออกแรงบีบมากขึ้นเรื่อยๆ มือเล็กตะกุยตระกายจิกข่วนลงบนแขนล่ำ ปากเล็กอ้ากว้างหาอากาศหายใจ ตาสวยเหลือกถลนออกมาอย่างตื่นกลัว

"ปล...ปล..ปล่อย" เสียงหวานพูดขาดช่วง

...ทั้งๆที่พี่รักนาย แต่นายก็ยังจะไปจากพี่... ยิ่งออกแรงมากเท่าไร น้ำตาก็ไหลออกมามากเท่านั้น

"ช..ช่วย ด...ด..ด้วย" คนตัวเล็กพยายามดิ้นรนหาทางรอดชีวิต

...พี่ไม่มีวันปล่อยนายไป ไม่มีวัน พี่รักนาย และนายต้องรักพี่ พี่ไม่มีวันปล่อยนายไป รยออุค ที่รัก...

"ช..ช่วย..ด้วย"

"ซี..วอน" เสียงสุดท้ายที่หลุดรอดออกมาจากปากบาง ก่อนที่มือเล็กจะตกลงข้างตัว ลมหายใจสุดท้ายจะหลุดออกจากร่างบางไป เยซองปล่อยมือหนาออกจากลำคอเล็กๆ ลำคอขาวที่งามระหงปรากฏรอยช้ำไปเป็นรอยนิ้วชัดเจน ใบหน้าหล่อเค้นยิ้มเย็นๆให้ตัวเอง แม้แต่ตอนนี้นายก็ยังไม่รักชั้น แม้แต่ตอนนี้นายก็ยังคงทำให้ชั้นเจ็บปวดจนวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ นายก็ยังคงไม่รักพี่

"รยออุค" เยซองเค้นเสียงในลำคอเรียกคนตัวเล็กที่แน่นิ่งไปด้วยเสียงแผ่วเบา

"รยออุค" มือหยาบถูแก้มใสที่ยังคงอุ่นช้าๆ

"พี่รักนายนะ" ไม่มีเสียงโต้ตอบกลับให้เจ็บปวดอีกแล้ว ไม่มีคำว่าผมไม่รักพี่อีกแล้ว

"พี่รักนายนะ คนดี" หยาดน้ำตาทำให้ภาพพร่ามัว มือหนาเลื่อนปิดดวงตาที่เบิกกว้างให้ปิดสนิท ก่อนจะขยับคนตัวเล็กในนอนบนเตียงดีๆ

"คนดี พี่รักนายนะ รักมาก" มือหนาเกลี่ยผมนุ่มที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่ ใบหน้าคมยกยิ้มอ่อนๆ ต่อไปนี้นายจะเป็นของพี่ ของพี่คนเดียว

.
.
.

"พี่รักนายนะ รยออุค" เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างหูคนที่ไม่มีลมหายใจแล้ว รัก..รักมาก...รักมากที่สุด


The enD ~

--------------------------

Talk>>> ไม่มีเนื้อเรื่อง ไม่มีที่มา ไม่มีเหตุผล ตัดมากันดื้อๆอย่างงี้เลย -- --

อ่านเอาสนุกค่ะ อย่าไปซีเรียส เหอะๆๆๆ อย่าถามเหตุผลนู๋นะ เพราะคนเขียนเองก็ไม่มีเหตุผลเหมือนกัน 

เชิญอ่านแล้วด่ากันตามลำบากเลยค่ะ  เอาของเก่ามาเล่าใหม่ -*- แต่อย่าว่านู๋เลย เพิ่งฟื้นไข้เมื่อวาน วันนี้ก็โดนที่ทำงานสาดน้ำเอา สาดน้ำเอา - -" เอนจอยสงกรานแอนด์เอนจอยรีดดิ้งค่ะ -- --

2008/Mar/21

[Sfic] Love in memory


ft. Hankyung x HeeChul

 

 

 

ท่ามกลางฝูงชนที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่บนถนนแคบ ร่างบางของหนุ่มหน้าสวยคนหนึ่งกำลังจะล้มลงไปกับพื้นเพราะโดนคนเบียดไปเบียดมา แต่ติดที่วงแขนแกร่งของใครสักคนที่คอยรั้งร่างบางของเค้าไว้ไม่ให้ถลาลงไปคลุกฝุ่นกับพื้นตามแรงโน้มถ่วงของโลก

"ขอบคุณครับ" เสียงหวานกล่าวขอบคุณคนที่ช่วยเค้าไว้ไม่ให้ต้องลงไปกลิ้งกับพื้นแต่เช้า ฮีชอลเงยหน้ามองร่างสูงทั้งๆที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของคนที่ไม่รู้จัก

"..." ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างสูง นอกจากรอยยิ้มที่ระบายไปทั่วใบหน้า ร่างบางผละออกจากวงแขนที่ยังโอบเอวของเค้าไว้หลวมๆ หน้าหวานแดงระเรื่อ ก่อนจะโค้งตัวให้เล็กน้อยแล้วรีบหันหลังให้ แต่ก่อนที่ฮีชอลจะได้เดินไปนั่น มือใหญ่ของร่างสูงก็จับหมับไว้ที่ต้นแขนบาง ฮีชอลหันมามองร่างสูงอย่างสงสัย

"มีอะไรรึป่าวครับคุณ" ฮีชอลนิ่วหน้าลง พร้อมกับมองหนุ่มร่างสูงที่ฉุดแขนตัวเองเอาไว้พร้อมกับรอยยิ้มระบายเต็มใบหน้าเช่นเดิม

"..."ไม่มีคำตอบใดๆเช่นเดิมนอกจากรอยยิ้มสดใส ร่างบางเริ่มหงุดหงิด คนบ้าอะไร ถามก็ไม่ตอบแล้วยังถือวิสาสะมาจับมือถือแขนเค้าอีก อย่านึกว่าคนอย่างคิมฮีชอลจะยอมใครง่ายๆนะ

"นี่คุณ ถ้าไม่มีอะไรก็ปล่อยผมไปได้แล้ว ผมจะรีบไปทำงาน" เสียงหวานเริ่มแข็ง หน้าสวยเริ่มมุ่ยลงด้วยอารมณ์หงุดหงิด

"เอ่อคือ...ค..คุณเป็นแฟนผมได้ไหมครับ" เสียงทุ้มค่อยๆเรียงประโยคออกมาอย่างไม่มั่นใจในภาษาเกาหลีของตัวเอง ฮีชอลเบิกตามองคนตรงหน้าอย่างตกใจ 0.0!!

"ม..ม..เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะครับ" เสียงหวานแทบจะเป็นตะโกนกลับจนทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาหันมามองอย่างสงสัย จนฮีชอลเริ่มรู้สึกตัว ร่างบางรีบพาร่างสูงให้เดินไปยืนหลบมุม

"คุณพูดว่าอะไรนะครับ" เสียงหวานถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกทีว่าหูตัวเองไม่ได้เพี้ยน เพี้ยนไปขนาดว่ามีผู้ชายมาขอเค้าเป็นแฟน เฮ้ย..ถึงหน้าจะสวยแต่คิมฮีชอลก็ยังเป็นผู้ชายนะครับ ไม่เห็นเหรอลูกกระเดือกจะทิ่มตานายอยู่แล้วน่ะ

"ผมพูดว่า คุณเป็นแฟนผมได้ไหมครับ" เสียงทุ้มยังคงยืนยันคำเดิม ฮีชอลมองหน้าหล่ออย่างระอาใจ เอาอีกแล้ว พวกที่เห็นหน้าตาสวยๆแล้วคิดว่าเค้าเป็นผู้หญิงเนี่ย ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือก่อนเลยถึงได้ปรี่เข้ามาจีบคนอย่างคิมฮีชอล แล้วจะรู้ว่าคิดผิด เดี๋ยวแม่จะทำให้กระเจิง

"นี่คุณ ผมเป็นผู้ชายนะครับ" ไม่พูดเปล่า มือเรียวคว้ามือหนามาแตะลงตรงอกของตัวเองอย่างไม่มีอาย ตกใจล่ะสิที่ฉันไม่มีหน้าอก แล้วมันจะไปมีได้ไงล่ะ ก็ฉันเป็นผู้ชายนี่

"ทีนี่ยังจะขอผมเป็นแฟนอยู่รึป่าว" เสียงหวานถามด้วยน้ำเสียงยียวน ตาสวยจ้องสีหน้าคนตรงหน้าหวังว่าจะเจอความแปลกใจ ตกใจจนต้องเผ่นกระเจิงแบบพวกเสือผู้หญิงรายอื่นๆ แต่ร่างสูงตรงหน้ามีเพียงแค่หน้าแดงระเรื่อเล็กน้อยก่อนจะชักมือกลับมาอย่างสุภาพ

"ครับ เป็นแฟนกับผมได้ไหมครับ" เสียงทุ้มตอบกลับเสียงดังฟังชัด ฮีชอลถลึงตาใส่ร่างสูงที่ยังคงยิ้มให้เค้าอยู่

"นายบ้ารึป่าว รู้แล้วว่าชั้นเป็นผู้ชายแล้วยังจะขอชั้นเป็นแฟนอีกเนี่ยนะ สติดีอยู่รึป่าว" ฮีชอลตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มที่ยิ้มรับอารมณ์ร้อนๆของอีกฝ่ายได้อย่างไม่สะทกสะท้าน หากเป็นคนอื่นที่เห็นฮีชอลเริ่มประทับองค์เจ้าแม่แล้วล่ะก็ ป่านนี้วิ่งกันป่าราบไปแล้ว

"เฮ้ ยิ้มอะไร นายฟังที่ชั้นพูดรู้เรื่องไหมเนี่ย ชั้นเป็นผู้ชายนะโว้ย จะเป็นแฟนกับนายได้ยังไง" เสียงหวานเกรี้ยวกราดและดังขึ้น ตาโตถลึงใส่ร่างสูงที่ยังยืนนิ่งและยิ้มรับอยู่ เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ได้เกิดอาการหวาดหวั่นแบบคนทั่วไปแล้วซ้ำยังยิ้มรับอีก อารมณ์ที่กำลังเพิ่มมากขึ้นทีละนิด พุ่งขึ้นสู่จุดเดือดอย่างรวดเร็ว

"ไอ้บ้า บ้า บ้า" มือเรียวคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วกระชากให้เข้ามาชิดพร้อมกับตะโกนใส่หน้าอย่างโมโห ชายหนุ่มยังคงส่งยิ้มพรายบนใบหน้าให้ มือหนาถือวิสาสะโอบเอวบางไว้หลวมๆ

"แล้วตกลง คุณจะเป็นแฟนกับผมได้ไหมฮะ" ชายหนุ่มยิงคำถามทันทีที่เสียงหวานตะโกนจบร่างสูงโน้มตัวไปใกล้ร่างบางจนปลายจมูกสองคนเกือบชนกัน ฮีชอลดันตัวออกอย่างตกใจ แต่ติดที่เอวของเค้าดันมีมือของใครมาโอบไว้นี่สิ

"เฮ้ย!! กล้าดียังไงมาโอบเอวฉันเนี่ย ปล่อยนะเว้ย" ร่างบางพยายามดันตัวออกจากวงแขนอุ่นๆ หน้าหวานเริ่มแดงระเรื่อ

"ตอบผมได้รึยังล่ะฮะ ไม่งั้นผมไม่ปล่อยนะ" ชายหนุ่มพูดช้าๆ วงแขนแกร่งเริ่มกระชับมากขึ้นจนตอนนี้ร่างบางเริ่มซุกหน้าลงกับอกกว้างแล้ว

"จะให้ตกลงอะไรเล่า ชื่อนายชั้นยังไม่รู้เลยนะ" เสียงหวานพูดอู้อี้ ดิ้นไปก็ไร้ผลเหมือนยิ่งดิ้นวงแขนก็ยิ่งรัดให้แน่นขึ้น

"ถ้าผมบอกชื่อแล้วคุณจะตกลงรึป่าว" ร่างบางนิ่งไปไม่ตอบอะไร

"จะตกลงรึป่าวฮะ" เสียงทุ้มถามย้ำอีกครั้ง

"ไม่รู้โว้ย บอกชื่อมาก่อนสิ"

"ผมชื่อ ฮันกยองครับ ทีนี้ตอบตกลงได้รึยังฮะ"

"ทำไมฉันต้องตอบด้วยละ ไอ้บ้าฮันกยอง" พูดจบฮีชอลก็กระทืบเท้าลงบนรองเท้าหนังราคาแพงสุดแรง ร่างสูงปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระก่อนจะร้องโอดโอย

"จำไว้นะไอ้บ้า คนอย่างฉันไม่มีใครมาบังคับได้เฟ้ย อีกอย่าง...วันหลังอย่ามาทำเป็นมือปลาหมึกกับฉันอีกนะ ไอ้ตาตี่" ฮีชอลสะบัดหน้าแล้วรีบสาวเท้าเดินจากไป ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้แถวนั้น

"ในที่สุด ฉัก็หานายจนเจอ ฮีชอล" ฮันกยองยิ้มให้ตัวเองอย่างอารมณ์ดี กลิ่นกายอ่อนๆของคนในอ้อมกอดเมื่อกี้ยังคงหอมฟุ้งอยู่ แค่เจ็บเท้าเล็กๆน้อยแลกกับกลิ่มหอมอ่อนๆของคนๆนั้นก็ถือว่าคุ้มแล้ว

.
.
.

"เป็นอะไรไปอ่ะฮะ พี่ฮีชอล" หลังจากทำใจกล้าๆกลัวอยู่นาน ทงแฮที่โดนเพื่อนอีกสองคนไล่ (ด้วยเหตุผลที่ว่า ทงแฮเป็นน้องรักคงไม่โดนอาละวาดใส่หรอก) ให้เข้ามาถามไถ่พี่อย่างเป็นห่วง ไม่ได้ห่วงว่าฮีชอลจะเป็นอะไรหรอกนะ แต่ห่วงว่าร้านดอกไม้จะไม่มีใครกล้าเข้ามามากกว่า ใครจะกล้าเข้ามาฟระ ในเมื่อเจ้าของร้านตั้งท่าจะงับหัวทุกคนที่เข้าใกล้

"ป่าว แค่วันนี้อารมณ์ไม่ดีนิดหน่อย" นิดหน่อยที่ไหนกันล่ะฮะ ทงแฮได้แต่เถียงพี่อ่อยๆในใจเมื่อเห็นดอกไม้ที่แทบแหลกยับในมือเรียว

"อารมณ์ไม่ดี พี่ไปพักก็ได้นะฮะ เดี๋ยวผมเฝ้าหน้าร้านให้เอง" ทงแฮรุนหลังให้พี่ชายลุกขึ้น พร้อมกับทั้งผลักทั้งดันให้พี่เข้าหลังร้านไป ร้านดอกไม้มันควรจะมีแต่สิ่งที่สวยงามสดใสสิ ไม่ใช่ให้คนหน้าสวยมานั่งแผ่รังสีอำมหิตอยู่ท่ามกลางดอกไม้แบบนี้ ร้านดอกไม้เล็กของฮีชอลอยู่ตรงหัวมุมถนนพอดี อาจจะไม่ใช่ร้านที่ใหญ่โตมากมายแต่เจ้าของร้านก็จัดให้ร้านให้ดูสดใสโดดเด่นออกมาจากร้านข้างๆกันอย่างเห็นได้ชัด เด็กในร้านมีสามคนคือ อี ทงแฮ อี ฮยอคแจ และก็อี ซองมิน

"พี่ฮะ อย่าทำหน้าแบบนี้สิฮะ ลูกค้ากลัวกันหมดไม่กล้าเข้าร้านเราแล้วนะ" ทงแฮพูดเสียงอ่อยๆเมื่อพี่ชายยังคงทำหน้าตาบูดบึ้งอยู่เช่นเดิม เวลายิ้มก็สวยอยู่หรอก แต่พอโมโหทีไร พวกน้องๆเข้าหน้ากันไม่ติดเลยสักคน

"อืม รู้แล้วน่า" ฮีชอลระบายลมหายใจออกอย่างหงุดหงิด ถึงจะมาหงุดหงิดไปก็เท่านั้น คงไม่เจอกันแล้วมั้งไอ้บ้านั่น...แต่หน้าแบบนั้นคุ้นจัง เหมือนเคยเจอที่ไหน??

"ยิ้มสิฮะ ทำหน้าแบบนี้ คุณดอกไม้เฉาหมด" ทงแฮยิ้มน้อยๆแล้วกอดเอวพี่ชายหลวมจากด้านหลังเอาคางเกยไหล่เล็กๆของฮีชอลไว้

"จ้ะๆๆๆ รู้แล้วน่า นายเลิกมานัวฉันแบบนี้สักทีสิทงแฮ มิน่าล่ะไอ้แก้มแตกมันถึงได้เขม่นฉันอยู่บ่อยๆ" ถึงปากจะว่าไปอย่างนั้นแต่ฮีชอลก็เอื้อมมือไปลูบผมนุ่มของทงแฮเบาๆ

"ก็ปล่อยเค้าไปสิฮะ คิบอมไม่กล้าทำไรพี่หรอก ทำได้อย่างมากก็แค่มอง" อันที่จริงก็คงไม่มีใครกล้าทำอะไรพี่หรอกฮะ ขนาดพี่จองซูเจ้าของร้านอีกคนที่ไม่ค่อยเข้าร้านยังไม่กล้าว่าพี่เลย หัวทุยๆของทงแฮซุกไซร้อยู่ที่ต้นคอของฮีชอลทำให้ฮีชอลรู้สึกจั๊กกะจี้ ทงแฮเมื่อเห็นพี่ชายจั๊กกะจี้ก็ยิ่งไซร้มากขึ้น เสียงหัวเราะหวานๆของสองพี่น้องดังขึ้นหลังร้านเบาๆ ฮยอคแจกะซองมินที่นั่งเฝ้าอยู่หน้าร้านสองคนหันมามองหน้ากันก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่ต้องกลัวระเบิดลงหัวลูกค้าแล้วล่ะ

"เออ ขอโทษครับ" เสียงสำเนียงเกาหลีแปร่งๆดังขึ้นหน้าร้าน ฮยอคแจกับซองมินสองคนก็รีบกระวีกระวาดกันไปรับลูกค้า ชายหนุ่มร่างสูงใส่สูทเต็มยศเดินเข้ามาในร้าน

"ไม่ทราบว่าต้องการดอกไม้แบบไหนครับ" ฮยอกแจถามลูกค้าที่มองซ้ายมองขวาเหมือนหาใครสักคนอยู่

"เอ่อ.. ขอโทษฮะ..ไม่ทราบว่า ร้านนี้มีเจ้าของชื่อฮีชอลใช่ไหมครับ" ฮยอคแจเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างแปลกใจก่อนจะพยักหน้ารับ

"ครับ แต่ตอนนี้พี่เค้าอยู่หลังร้าน ผมไปเรียกให้ไหมครับ"

"รบกวนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ" เสียงทุ้มพูดอย่างสุภาพก่อนจะเดินไปหยิบดอกไม้มั่วๆมาสี่ห้ากำแล้วยื่นให้ซองมิน

"เออ คุณช่วยจัดให้ผมหน่อยได้ไหมครับ" ซองมินรับดอกไม้มาแล้วยิ้มให้ก่อนเดินไปจัดช่อดอกไม้ตามสั่ง ระหว่างรอดอกไม้กับคนที่ให้ไปตาม ร่างสูงก็เดินสำรวจรอบร้านดอกไม้ ริมฝีปากหยักระบายยิ้มอ่อนๆ ในที่สุดนายก็ทำตามฝันของนายได้จริงๆแล้วนะฮีชอล

"พี่ฮีชอลฮะ มีคนมาหาหน้าร้าน" ฮยอคแจเดินมาเรียกฮีชอลที่กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ หน้าหวานทำหน้าสงสัย แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยปากถาม

"ใครผมก็ไม่รู้ฮะพี่ ไม่คุ้นหน้าเลย ออกไปดูเองแล้วกัน" ฮยอคแจพูดดักทางแล้วรีบเดินออกไปหน้าร้าน ทิ้งให้ทงแฮกับฮีชอลหันมามองหน้ากันเองอย่างงงงวย

"พี่ออกไปดูเถอะฮะ เดี๋ยวขอผมเก็บหลังร้านก่อน" ทงแฮไล่ให้พี่ชายไปหน้าร้าน ส่วนตัวเองก็เดินเก็บถ้วยกาแฟของตัวเองและฮีชอลไปล้าง

 

"คนนั้นอ่ะพี่" ฮยอคแจบุ้ยปากไปทางร่างสูงที่ยืนหันหลังให้อยู่ ฮีชอลเดินไปข้างหลังผู้ชายคนนั้น

"ขอโทษนะครับ คุณมาหาผมใช่ไหมครับ" เสียงหวานเอ่ยถามอย่างสุภาพ ร่างสูงหันมาตามเสียงเรียก พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า

"เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!" เสียงร้องตกใจของฮีชอลดังลั่นร้าน จนทำให้ทงแฮที่เก็บของอยู่หลังร้านวิ่งมาดูอย่างตกใจ ซองมินที่กำลังตัดริบบิ้นก็ตกใจจนมีดแทบบาดมือตัวเอง

"นาย .. นาย.. นายมาที่นี่ได้ไง" มือเรียวชี้หน้าฮันกยอง

"พี่ใจเย็นฮะ" ทงแอวิ่งมาดึงแขนที่กำลังชี้หน้าลูกค้าลง ริมฝีปากบางของฮีชอลเม้มแน่นจนเกือบเป็นเส้นตรง

"นายมาที่นี่ได้ไง ออกไปนะ ออกไปเด่ะ" ฮีชอลสะบัดแขนทงแฮออกแล้วเดินไปกระชากฮันกยองให้ออกจากร้านไป

"พี่ฮะ เค้าเป็นลูกค้าของเรานะ" ฮยอคแจวิ่งมาช่วยทงแฮยื้อฮีชอลไว้อีกแรง ทงแฮกับฮยอคแจยิ้มเชิงขอโทษให้ฮันกยองที่ยิ้มสบายๆให้

"ฉันไม่ขายให้ตาบ้านี่ ออกไปนะ" ฮีชอลทั้งตะเบ็งทั้งตวาด แต่ฮันกยองก็ทำเพียงแค่ยิ้มน้อยๆให้เท่านั้น

"ผมขอโทษนะฮะ นี่ดอกไม้ที่คุณสั่ง" ซองมินวิ่งเอาดอกไม้มาให้ฮันกยองมือไม้สั่นก่อนจะผงกหัวเชิงขอโทษให้ร่างสูง

"ฉันบอกว่าฉันไม่ขายไง นายไปให้เค้าทำไมซองมิน" ฮีชอลหันมาตวาดซองมินที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ข้างๆฮยอคแจ

"สวยมากครับ เท่าไรครับ" ร่างสูงล้วงหยิบบัตรเครดิตให้ฮีชอลที่ยืนหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่

"ฉันไม่ขายให้นาย จะไปไหนก็ไป แล้วอย่ากลับมาอีก" ฮีชอลปัดมือที่ยื่นบัตรเครดิตออก แล้วชี้นิ้วไปหน้าร้าน

"พี่ฮะ" ทงแฮครางเสียงอ่อย เค้าไม่รู้ว่าลูกค้าคนนี้ไปทำอะไรให้พี่ฮีชอลหรอกนะ แต่รู้แค่เพียงว่าต่อจากนี้ระเบิดกำลังจะลงกลางร้านอีกแล้ว

"ดอกไม้สวยๆก็เหมาะกับคนสวยๆอย่างคุณ" ฮันกยองยื่นดอกไม้ให้คนที่กำลังโกรธหน้าดำหน้าแดงอยู่

"อะไรของนาย" เสียงหวานตวาดแว้ดให้

"ดอกไม้สวยๆก็เหมาะกับคนสวยๆอย่างคุณ รับไว้เถอะนะครับ แทนคำขอโทษของผมที่เสียมารยาทกับคุณวันนี้" น้ำเสียงทุ้มๆกับท่าทีสุภาพและรอยยิ้มที่ร่างสูงให้มาตลอดตั้งแต่โดนเค้าตวาดตอนเช้าจนมาถึงตอนนี้มันก็ทำให้อารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงค่อยๆลดลง

"นายบ้ารึป่าวเนี่ย" มือเรียวรับดอกไม้ที่ร่างสูงยื่นมาให้ แต่ไม่วายส่งสายตาจิกกัดให้อยู่ดี

"ขอบใจ แล้วไม่ต้องมาอีกล่ะ" เสียงหวานพูดเสียงแข็ง

"แล้วพรุ่งนี้ผมจะมาอีกนะครับ" เสียงทุ้มพูดเหมือนไม่ได้ยินที่ฮีชอลสั่งก่อนจะเดินหันหลังจากไป ทิ้งให้ร่างบางยืนอึ้งอยู่กับที่ มันจะมากเกินไปแล้วนะ เกิดมาชาตินี้ไม่เคยมีใครกล้าขัดคำสั่งของคิมฮีชอล แล้วนายเป็นใครกันฮันกยองบังอาจขัดคำสั่งของฉัน!!!

"ใครฮะพี่" ทงแฮมองตามหลังร่างสูงที่เดินจากไปทิ้งให้พี่ชายเค้ายืนเงียบอยู่กับที่ ไอ้ที่อาละวาดแทบตายเมื่อกี้โดนหยุดได้เพราะดอกไม้ช่อเดียวเนี่ยนะ โอ้ววว สามารถจริงๆผู้